การสร้างพลังงานทดแทนในยามวิกฤติน้ำมันแพงพลังงานทดแทนจากปลวก

การสร้างพลังงานทดแทนจากปลวกพลังงานทดแทนในยามวิกฤติน้ำมันแพงพลังงานทดแทนจากปลวกหลายคนคิดว่าปลวกไร้ประโยชน์เป็นตัวร้ายทำลายบ้านไม้ได้มีการวิจัยมานานกว่า10ปีที่อยากจะใช้ประโยชน์จากปลวกซึ่งมีความสามารถในการย่อยสลายไม้เป็นอาหารแบคทีเรียจะทำน้าที่ย่อยสารเซลลูโลสให้เป็นน้ำตาล ปัจจุบันทั่วโลกประสบปัญหาวิกฤติพลังงานจากน้ำมันจึงต้องมองหาพลังงานทดแทนจากธรรมชาติ

 

การสร้างพลังงานทดแทนจากปลวก
การสร้างพลังงานทดแทนจากปลวก

การสร้างพลังงานทดแทนจากปลวก

จากปลวกที่หลายคนเคยคิดว่าไร้ประโยชน์ แถมยังเป็นตัวร้ายทำลายบ้านไม้ได้เป็นหลัง ๆ ทำไมวันนี้ถึงกลายมาเป็นแหล่งที่มาของการสร้างพลังงานทดแทนในยามวิกฤติน้ำมันแพง

ศาสตราจารย์ ดร.สุเมธ ชวเดช อาจารย์และนักวิจัยวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า เป็นไอเดียที่คิดมานานกว่า 10 ปี ที่อยากจะใช้ประโยชน์จากปลวก ซึ่งมีความสามารถในการย่อยสลายไม้เป็นอาหาร เนื่องจากมีจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร เช่นเดียวกับสัตว์เคี้ยวเอื้องต่าง ๆ แบคทีเรียเหล่านี้จะทำหน้าที่ย่อยสารเซลลูโลสและเฮมิเซลลูโลสให้เป็นน้ำตาล ก่อนที่ปลวกจะนำไปใช้ในการดำรงชีวิต

ปัจจุบันทั่วโลกประสบปัญหาวิกฤติพลังงานจากน้ำมัน จึงต้องมองหาพลังงานทดแทนจากธรรมชาติ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจำนวนมากเช่น ซังข้าวโพด ชานอ้อย ฟางข้าว ที่ล้วนแต่เป็นชีวมวล ที่มีเซลลูโลสและเฮมิเซลลูโลสเป็นส่วนประกอบหลัก และปลวกก็มีความสามารถย่อยสลายเซลลูโลสได้เป็นอย่างดี

ทีมวิจัยจึงทำการศึกษาแบคทีเรียในปลวก และคัดแยกได้ 3 สายพันธุ์ ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยเซลลูโลสเป็นน้ำตาล โดยเป็นแบคทีเรียได้มาจากปลวกป่าที่

นำมาจากสวนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐมนำมาเพาะเลี้ยงและทดลองย่อยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรต่าง ๆ ทั้งชานอ้อย ซังข้าวโพด กากมันสำปะหลังและฟางข้าว พบว่าแบคทีเรียที่คัดแยกได้สามารถย่อยเซลลูโลสได้สูงถึง 70% ภายในเวลา 12 ชั่วโมง

นักวิจัยบอกว่า แต่เนื่องจากแบคทีเรียสายพันธุ์ที่ค้นพบอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ และไม่สะดวกในการเพาะเลี้ยง

ล่าสุด ทีมวิจัยได้ประสบความสำเร็จในการโคลนนิ่งอีโคไล ซึ่งเป็นแบคทีเรียในลำไส้มนุษย์ และนำยีนเด่นของแบคทีเรียจากปลวกป่าสายพันธุ์ไมโครซิโรเทอม ที่คัดเลือกไว้มาใส่ในแบคทีเรียอีโคไล ทำให้อีโคไลที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมมีความปลอดภัยมากขึ้น ง่ายต่อการเพาะเลี้ยงขยายจำนวนได้ตามต้องการ แถมเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยสลายเซลลูโลสได้มากกว่าเดิมอีก 18 เท่า

อย่างไรก็ดีการย่อยเซลลูโลสให้ได้ดีที่สุด แบคทีเรียจะต้องสร้างน้ำย่อยได้ครบถึง 3 ชนิด ทำให้ขณะนี้ทีมวิจัยต้องทำโคลนนิ่งแบคทีเรียอีกหลายตัว เพื่อให้สามารถผลิตน้ำย่อยเซลลูโลสและเฮมิเซลลูโลส จนครบทุกตัว

ซึ่งอนาคตสามารถจะนำไปต่อยอดประยุกต์ใช้งานจริง ในการย่อยสลายวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เป็นน้ำตาล ก่อนนำไปผลิตเป็นเอทา

นอลด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน

เรียกว่าจากปลวกที่เคยไร้ค่า เปลี่ยนมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรของไทย ลดการใช้สารเคมีในการผลิตเอทานอลแถมยังช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย.

นาตยา คชินทร

งานเสริมรายได้ดี Click >> ดูรายละเอียดงาน