คลายปวดเมื่อยแบบลังกาสุกะ

การนวดเป็นเรื่องปกติในสมัยปัจจุบันและเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นได้มีศาสตร์การนวดเพิ่มขึ้นอีกด้วยเช่นศาสตร์การนวดแบบลังกาสุกะซึ่งเป็นที่นิยมกันใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ สมัยก่อนจะใช้นวดหญิงหลังคลอดและคลายปวดเมื่อยให้ผู้ชาย แต่การนวดแบบนี้ไม่มีข้อห้ามจึงนวดได้ทุกเพศทุกวัยและนวดสืบต่อกันมาเน้นผู้หญิงที่หมดประจำเดือนจะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมนิยมนวดกันมา

 

 

คลายปวดเมื่อยแบบลังกาสุกะ

มีอาการปวดเมื่อยเนื้อตัว แล้วไม่ใคร่จะทานทนให้อาการเหล่านั้นจางหายไปเอง ขอแนะนำให้รู้จักการนวดน้ำมันลังกาสุกะ เผื่อไว้เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนชอบนวด…

สำหรับการนวดน้ำมันสไตล์ลังกาสุกะนี้ มีอยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ สมัยก่อนหมอตำแยจะใช้นวดให้หญิงหลังคลอด และนวดแก้ปวดเมื่อยให้ผู้ชาย แต่เนื่องจากการนวดแบบนี้ไม่มีข้อห้าม แถมยังนวดได้ทุกเพศทุกวัย ชาวใต้จึงนิยมนวดกันเรื่อยมา โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักเจ็บเข่า ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อมจะนิยมนวดกันมาก

ความโดดเด่นของการนวดที่ว่านี้ คือ น้ำมันสูตรเฉพาะ ซึ่งตามคำบอกเล่าว่ากันว่าได้มาจากการคัดเลือกสมุนไพรที่ดีที่สุดของหมอตำแย 15 คน จากนั้นจึงนำไปต้มกับน้ำมันงาหรือน้ำมันถั่วเหลือง แล้วนำไปผสมกับน้ำมันฮาบาตุสเซาดะห์หรือน้ำมันยี่หร่าดำ

ความจำเป็นที่ต้องใช้น้ำมันดังกล่าวนวดตัวนั้นก็เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย ผิวนุ่มชุ่มชื้น เมื่อลงน้ำมันแล้วต้องประคบร้อนเพื่อให้น้ำมันซึมซาบเข้าผิวหนังได้ดี ทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด คลายเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อพังผืด

ลักษณะการนวด นายมะนาเซ เจะแน แพทย์แผนไทย แห่งโรงพยาบาลจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เคยบอกไว้เมื่อครั้งมาร่วมงานมหกรรมอาหารและวัฒนธรรมมุสลิมไทย ว่าการนวดจะนวดทั้งตัว ใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมง โดยจะให้ผู้รับการนวดนอนหงายเพื่อเริ่มนวดบริเวณท้อง เป็นการกระตุ้นจุดเริ่มต้นของเส้นต่างๆ ต่อมาจะนวดขาลงไปถึงฝ่าเท้า ไล่ไปตามแนวขาด้านนอก จากนั้นจึงเปลี่ยนไปนวดแขน ฝ่ามือ ก่อนจะให้ผู้รับการนวดเปลี่ยนไปนอนคว่ำ แล้วลงมือนวดที่เอว แผ่นหลัง แนวขาด้านใน หลังผ่านการนวดในท่านอนแล้ว จะให้ผู้รับการนวดนั่ง เพื่อนวดบริเวณคอและบ่าก่อนจะจบการนวดนั่นเอง
โดยเดลินิวส์

งานที่ทำแล้วรวย Click >> ดูรายละเอียดงาน