ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานป้องกันโรคภัยให้รักยั่งยืนในการใช้ชีวิต

วันมาฆบูชาวันแห่งความรัก

ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานป้องกันโรคภัยให้รักยั่งยืนในการใช้ชีวิต การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานและกานตรวจสุขภาพก่อนมีบุตรเป็นสิ่งที่ควรทำสำหรับคนที่กำลังจะแต่งงานเพื่อป้องกันโรคที่อาจแฝงมากับคู่รัก

 

ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน
ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน

ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน

เมื่อพูดถึงเดือนกุมภาพันธ์ หลาย ๆ ท่านคงตื่นเต้นไม่น้อยกับเทศกาลแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึง นอกจากหนุ่มสาวที่กำลังครุ่นคิดหาไอเดียเซอไพรซ์คนรักหรือคนที่หมายปอง เดือนแห่งความรักยังเป็นเดือนที่คู่รักพร้อมใจลั่นระฆังวิวาห์ เรียกได้ว่าเป็นเทศกาลแห่งการแต่งงานก็ว่าได้

นอกจากการจัดเตรียมงานแต่งงานให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรูปแบบงาน การจัดหาสถานที่ หรือการเลือกชุดแต่งงาน หลาย ๆ คู่อาจลืมไปว่ายังมีอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ อาจมีผลต่อความมั่นคงในดำรงชีวิตคู่และจำเป็นต้องจัดการให้เสร็จสรรพก่อนตกลงปลงใจเริ่มชีวิตคู่ นั่นก็คือ “การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานหรือ ก่อนมีบุตร” เพื่อป้องกันปัญหาด้านสุขภาพของทั้งตนเอง คู่ครอง และบุตรในอนาคต

คำแนะนำว่าการตรวจสุขภาพคู่รักมีอยู่ 2 แบบ ได้แก่ การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน และการตรวจสุขภาพก่อนมีบุตร การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานนั้นต้องดูว่าคู่รักเคยมีเพศสัมพันธ์กันมาก่อนหรือไม่ หากยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กันมาก่อน ก็จะยังไม่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสโรคที่อาจแฝงอยู่และสามารถป้องกันได้ หากคู่รักมีเพศสัมพันธ์กันมาก่อนแล้ว ก็อาจได้รับเชื้อที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพไปเรียบร้อยแล้วเช่น หนองใน ซิฟิลิส หรือที่น่ากลัวที่สุดคือ การติดเชื้อ HIV และการติดเชื้อตับอักเสบที่อาจมีอันตรายถึงชีวิต

ในส่วนของการตรวจสุขภาพก่อนมีบุตร แพทย์ก็จะตรวจวินิจฉัยว่าคู่รักต่างฝ่ายต่างมีเชื้อหรือเป็นพาหะของโรคที่อาจถ่ายทอดและเป็นอันตรายต่อบุตรได้หรือไม่ เช่น โรคธาลัสซีเมีย ที่คนไทยกว่า 40% เป็นพาหะของโรคนี้ หรือโรคหัดเยอรมัน ซึ่งถ้าทารกได้รับเชื้อในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ อาจทำให้ทารกตาบอดหูหนวกหรือหัวใจพิการแต่กำเนิดได้

วิธีการตรวจวินิจฉัยโรคสามารถตรวจได้จากการเจาะเลือดอาจร่วมด้วยการตรวจภายใน ซึ่งไม่จำเป็นต้องงดอาหารและน้ำก่อนตรวจ หากคู่รักตรวจพบเชื้อหรือเป็นพาหะของโรค แพทย์ก็จะสามารถแนะแนวทางรักษา การปฏิบัติตน หรือสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อที่อาจถ่ายทอดไปสู่บุตรได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรค เช่น โรคหัดเยอรมัน หรือไวรัสตับอักเสบเอและบี

รู้เช่นนี้แล้ว ใครที่กำลังมีแผนจะสละโสดหรือมีบุตรก็อย่าลืมจูงมือกันไปตรวจร่างกาย เพื่อความรักที่ยั่งยืนและความปลอดภัยไกลโรคแก่ตนเอง คู่ครอง และบุตรในอนาคต

นายแพทย์วิบูลย์ กมลพรวิจิตร ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ในช่วงเทศกาลแห่งความรักหนุ่มสาวควรระมัดระวังในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันเป็นอย่างยิ่ง นอกจากจะมีความเสี่ยงต่อการติดโรคแล้ว อาจก่อให้เกิดการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย ทางที่ดีควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ หรือปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด
โดยเดลินิวส์

งานเสริมรายได้ดี Click >> ดูรายละเอียดงาน