ผ่อนคลายสไตล์ออนเซน

การแช่น้ำร้อนของญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่าออนเซน ที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญมากเพราะถือเป็นการปลีกตัววิถีชีวิตประจำวันเมื่อคนไทยได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นและได้ลองออนเซนก็จะรู้สึกได้ผ่อนคลายสบายทำให้สดชื่นจึงได้นำออนเซนมาตราฐานญี่ปุ่นมาเปิดในเมืองไทย

 

 

ผ่อนคลายสไตล์ออนเซน

วัฒนธรรมการแช่น้ำร้อนของคนญี่ปุ่นหรือคุ้นเคยในชื่อสั้นเรียกง่ายว่า “ออนเซน” ที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญมากเพราะถือเป็นการปลีกตัวจากวิถีชีวิตประจำวัน และคนไทยที่มีโอกาสได้ไปออนเซนที่ประเทศญี่ปุ่นก็ติดอกติดใจกับความรู้สึกผ่อนคลายหลังออนเซน แต่พอกลับมาเมืองไทยมองหาสถานที่ที่เปิดให้บริการออนเซนดูเลือนราง แต่วันนี้ออนเซนมาตรฐานเทียบเท่าญี่ปุ่นมีเปิดให้บริการในไทยแล้ว โดยหนุ่มใจถึง โจ-สมิธ เมฆอรุณกมล ปิ๊งไอเดียนำวัฒนธรรมการแช่น้ำแร่ร้อนของคนญี่ปุ่นขนานแท้ภายใต้ชื่อ “ยูโนะโมริ ออนเซนแอนด์ สปา” มาเปิดให้บริการในโครงการเอ สแควร์ ซอยสุขุมวิท 26 และในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับดีเกินคาดจากคนไทย ในสัดส่วนร้อยละ 50 นอกเหนือจากคนญี่ปุ่นที่พำนักในเมืองไทยและกลุ่มทัวริสต์ต่าง ๆ ที่มาใช้บริการ

การแช่ “ออนเซน” เป็นขั้นตอนในการอาบน้ำและแช่น้ำทำให้ร่างกายสะอาดและผ่อนคลาย ความสงบยังช่วยฟื้นฟูจิตใจให้กลับมาเข้มแข็งและมีชีวิตชีวา คนญี่ปุ่นจึงนิยมออนเซนตลอดทั้งปีไม่ว่าฤดูกาลใด ซึ่งวัตถุประสงค์การแช่ออนเซนไม่ได้มีไว้คลายหนาว แต่นิยมแช่เพื่อช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนดี ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ นอนหลับสนิท ดังนั้นสภาพอากาศร้อนอบอ้าวของเมืองไทยจึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการแช่ออนเซน

สำหรับออนเซนที่เปิดให้บริการในขณะนี้ ยูโนะโมริ หมายถึง “บ่อน้ำแร่ในสวนธรรมชาติ” ยูโนะโมริ ออนเซนแอนด์ สปา จึงเป็นสถานที่แห่งการหลีกเร้นจากแสงสีเสียงของเมืองหลวงให้ผู้มาใช้บริการได้มีเวลาอยู่กับตัวเองอย่างสงบ ภายในสร้างขึ้นจากไม้และวัสดุธรรมชาติหลายชนิด เพื่อสื่อถึงลักษณะอันเข้มแข็งมั่นคงของป่าใหญ่ ส่วนด้านที่อ่อนโยนของธรรมชาติสะท้อนออกมาในบ่อน้ำแร่ต่าง ๆ แบ่งเป็น 6 บ่อหลัก “บ่อน้ำแร่ร้อน” อุณหภูมิ 38-42.5 องศาเซลเซียส “บ่อน้ำแร่ร้อนผสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” หรือ “โซดาสปา” เทคโนโลยีล่าสุดคิดค้นโดยนักวิจัยบริษัท มิตซูบิชิ เรยอง คลีนซุย ประเทศญี่ปุ่น นำไอเดียมาจากบ่อน้ำพุร้อนของประเทศเยอรมนีซึ่งมีปริมาณอนุภาคคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 1,000 พีพีเอ็ม มาพัฒนาเป็นเครื่องคาร์โบเธราช่วยให้ดูดซึมเข้าทางผิวหนัง กระตุ้นให้มีการลำเลียงออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงร่างกาย เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด โดยเฉพาะหนังศีรษะช่วยให้รากผมแข็งแรง เส้นผมนุ่มสลวย

“บ่อจากุซซี่” น้ำหมุนวนด้วยแรงดันอากาศช่วยนวดตัว “บ่อน้ำเย็น” อุณหภูมิ 18-20 องศาเซลเซียส ช่วยให้ร่างกายเย็นลงหลังการทำเซาน่า “บ่อน้ำร้อนในสวนกลางแจ้ง” ไฮไลต์ของออนเซนแบบญี่ปุ่นผ่อนคลายพร้อมชมทัศนียภาพของพรรณไม้ในสวนเขียวขจี และ “บ่อถังไม้” ขนาดพอดีสำหรับลงแช่คนเดียว และแม้ว่าทุกบ่ออัดแน่นวิถีการออนเซนไว้อย่างครบถ้วนก็จริง ที่นี่ยังเอาใจคนไทยคอสปาจัดบริการนวดแผนไทย, นวดอโรม่าเธอราพี, นวดเท้า, นวดศีรษะและไหล่, ขัดตัว และนวดประคบสมุนไพรไทยไว้รองรับอีกด้วย

น้ำแร่ที่นำมาให้แช่ออนเซนกันนั้น นำมาจากแหล่งธรรมชาติในเมืองไทย เพราะต้องการส่งเสริมทรัพยากรของเมืองไทย จึงนำน้ำแร่ตามแหล่งธรรมชาติจากจังหวัดที่มีภูมิศาสตร์ติดภูเขา อาทิ ระนอง, กาญจนบุรี, แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย ซึ่งค้นพบว่าน้ำแร่เมืองไทยก็มีคุณภาพดีเช่นกัน มีความใสไม่มีก๊าซไม่พึงประสงค์ เช่น กรดกำมะถัน สามารถนำมาใช้ได้โดยไม่ต้องบำบัดก่อนเหมือนประเทศญี่ปุ่น มาบริการภายใต้ระบบการหมุนเวียนน้ำเช่นเดียวกับสระว่ายน้ำจึงมั่นใจด้านความสะอาดได้ ส่วนมารยาทการเข้าใช้บริการยังถือการปฏิบัติเคร่งครัดแบบญี่ปุ่น ดังนั้นต้องถอดเสื้อผ้าออกหมด ชำระล้างร่างกายก่อนลงออนเซน และไม่ส่งเสียงดังขณะแช่ตัว เป็นต้น สำหรับสาวไทยนิสัยค่อนข้างอายอนุโลมใส่กางเกงในแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งลงแช่ตัวได้

งานเสริมรายได้ดี Click >> ดูรายละเอียดงาน