การเสนอร่างพระราชบัญญัติตามรัฐธรรมนูญอะไรคือกฎหมายการเงิน

พระราชบัญญัติกฎหมายการเงินตามรัฐธรรมนูญแบ่งได้2กรณีคือ การเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติธรรมดาทั่วไป หากร่างพระราชบัญญัติทั่วไปที่เสนอนั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินจะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี จึงสามารถเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรได้เลย

 

 

พระราชบัญญัติกฎหมายการเงิน

การเสนอร่างพระราชบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ แบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ การเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และร่างพระราชบัญญัติธรรมดาทั่วไป ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจะเสนอได้ 3 วิธีโดย 1) คณะรัฐมนตรี 2) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3) ศาลหรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ส่วนร่างพระราชบัญญัติทั่วไป นอกจาก 3 วิธีดังกล่าวแล้ว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติทั่วไปได้ด้วย โดยที่หากร่างพระราชบัญญัติทั่วไปที่เสนอนั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินจะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรีด้วย ส่วนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแม้ว่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวด้วยการเงินแต่ไม่มีบทบัญญัติให้ต้องเสนอนายกรัฐมนตรีให้คำรับรองด้วย จึงสามารถเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรได้เลย

ในการดำเนินงานของกระทรวงการคลังก็มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติทั่วไปที่มีลักษณะเกี่ยวด้วยการเงินเช่นกัน แต่เนื่องจากเป็นร่างที่เสนอจากคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 142 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีอยู่ในคณะรัฐมนตรีด้วยแล้ว จึงไม่ต้องขอคำรับรองจากนายกรัฐมนตรีซ้ำอีก

แล้วปัญหาว่าอะไรคือร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินที่ต้องให้นายกรัฐมนตรีรับรองจะพิจารณาแต่เพียงชื่อหรืออ่านเผินๆ คงไม่ได้ อย่างเช่น เมื่อเร็วๆนี้ มีร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งที่ดูชื่อก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเงิน แต่ก็ยังมีประเด็นปัญหาให้ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ว่าเป็นร่างพระราชบัญญติที่เกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ ดังนั้น จึงต้องพิจารณาเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติแต่ละเรื่องว่าเข้าข่ายตามมาตรา 143 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหรือไม่ กล่าวคือ เป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีเนื้อหาในลักษณะเป็นการขึ้น ยกเลิก ลด เปลี่ยนแปลง หรือวางระเบียบการบังคับอันเกี่ยวกับภาษีหรืออากร การจัดสรร รับ จ่ายเงินแผ่นดิน หรือโอนงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน การกู้เงิน การค้ำประกัน การใช้เงินกู้ หรือการดำเนินการที่ผูกพันทรัพย์สินของรัฐ หรือเงินตรา

สำหรับกรณีเกิดเป็นที่สงสัยว่าร่างพระราชบัญญัติใดเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินที่จะต้องมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น รัฐธรรมนูญได้กำหนดแนวทางการวินิจฉัยไว้โดยให้ที่ประชุมร่วมกันของประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรทุกคณะ เป็นผู้วินิจฉัย และให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรจัดให้มีการประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีกรณีดังกล่าว หากเสียงส่วนใหญ่เห็นว่า “ไม่ใช่” สภาผู้แทนราษฎรก็สามารถพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อไปได้ แต่หาก “ใช่” ก็ต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีรับรองร่างพระราชบัญญัตินั้นๆ ก่อน จึงจะบรรจุเข้าสู่วาระของสภาผู้แทนราษฎรได้ นอกจากนี้ แม้ว่าตอนเสนอร่างพระราชบัญญัติจะพิจารณา ว่าไม่เกี่ยวด้วยการเงิน แต่หากในชั้นการพิจารณาของสภามีการปรับแก้ไขร่างพระราชบัญญัติจนมีเนื้อหาเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ก็ต้องดำเนินการเพื่อให้นายกรัฐมนตรีรับรองอีกด้วย
โดยเดลินิวส์

งานพาร์ทไทม์ทางเน็ตถูกกฎหมาย Click >> ดูรายละเอียดงาน