วัฒนธรรมการดื่มชา ประโยชน์และชนิดของชาที่นิยมดื่ม คุณค่าชา

วัฒนธรรมการดื่มชา

วัฒนธรรมการดื่มชา ประโยน์และชนิดของชาที่นิยมดื่ม คุณค่าชา การดื่มชามีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนโดยเสินหนงฮ่องเต้ ผู้คิดค้นเกษตรกรรมและยาจีนได้ค้นพบการด้นพบการยบัดื่มชาโดยบังเอิญ ดื่มชาเป็นยารักษาโรค ปัจจุบันชาเป็นเครื่องดื่มที่มีผู้บริโภคมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากน้ำเปล่าแบ่งชาได้7ประเภทได้แก่ ชาขาว ชาเหลือง ชาเขียว ชาอูหลง ชาดำ ชาแดง ชาหมัก

 

วัฒนธรรมการดื่มชา
วัฒนธรรมการดื่มชา

 

วัฒนธรรมการดื่มชา

การดื่มชามีประวัติมายาวนานทั้งยังได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลก ด้วยมีรสชาติอร่อยและมีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคได้หลากหลายชนิด

การดื่มชาเริ่มขึ้นที่ประเทศจีน โดยมีหลักฐานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตศักราช ก่อนหน้านั้นมีตำนานเล่าว่า การดื่มชาเริ่มเกิดขึ้นในประเทศจีนเมื่อราว 2,737 ปีก่อนคริสตศักราช โดยเสินหนงฮ่องเต้ ผู้คิดค้นเกษตรกรรมและยาจีน ได้ค้นพบการดื่มชาโดยบังเอิญเมื่อฮ่องเต้กำลังดื่มน้ำร้อนแต่มีเศษใบไม้ในสวนตกลงไปในถ้วยน้ำ เมื่อลองชิมจึงรู้ว่ามีรสชาติดี ต่อมาจึงค้นพบว่าสมุนไพรบางชนิดเป็นพิษแต่ชาสามารถใช้เป็นยาถอนพิษนั้นได้เช่นกัน

ชามีบทบาทอย่างมากต่อวัฒนธรรมของชาติเอเชีย คนเอเชียดื่มชาเป็นหลักในชีวิตประจำวัน ดื่มชาเป็นยารักษาโรค หรือแม้แต่ดื่มชาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะ โลกทางซีกตะวันตกเริ่มมีวัฒนธรรมดื่มชาเมื่อราวคริสต์ทศวรรษที่ 1660 ถึง 1670โดยในระยะแรกเป็นประเพณีสำหรับชนชั้นสูงเท่านั้น แต่ภายหลังคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่ออินเดียกลายเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ การดื่มชาจึงได้แพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันชาเป็นเครื่องดื่มที่มีผู้บริโภคมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากน้ำเปล่า

ชาเป็นผลผลิตทางเกษตรกรรมจากใบยอดอ่อนและก้านของต้นชา นำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปหลายขั้นตอน นอกจากนี้ชายังหมายรวมถึงเครื่องดื่มกลิ่นหอมที่ทำจากพืชตากแห้งชนิดต่างๆ ที่นำมาชงหรือต้มกับน้ำร้อน ชาแบ่งได้ 7 ประเภท ได้แก่

ชาขาว ผลิตจากตูมชาและยอดอ่อนชาที่ถูกทิ้งให้สลด แต่ไม่ได้บ่ม เมื่อชงชาแล้วจะได้เครื่องดื่มที่มีสีเหลืองอ่อน

ชาเหลือง ผลิตจากใบชาที่ไม่ได้ถูกทิ้งให้สลด และไม่ได้บ่ม แต่ทิ้งใบชาให้เป็นสีเหลือง

ชาเขียว ผลิตจากใบชาที่ไม่ได้ถูกทิ้งให้สลดและไม่ได้บ่ม เมื่อชงจะได้เครื่องดื่มสีเขียวอ่อน

ชาอูหลง ผลิตจากใบชาที่ทิ้งให้สลด นวด และบ่มเล็กน้อย เรียกได้ว่าเป็นชาประเภทกึ่งหมักหรือชาที่ผ่านการหมักเพียงบางส่วน ทำให้มีสี กลิ่นหอมและรสชาติอยู่ระหว่างชาเขียวและชาดำ

ชาดำ ผลิตจากใบชาที่ทิ้งให้สลด (อาจมีการนวดอย่างแรง) และผ่านการบ่มเต็มกระบวนการ เครื่องดื่มที่ได้มีสีแดงเข้มจนถึงสีดำ

ชาแดง ผลิตจากใบของชาเขียวที่ผ่านกระบวนการออกซิเดชั่นหรือการหมัก จนได้เป็นใบชาสีเข้ม เมื่อชงจะได้เครื่องดื่มสีน้ำตาลแดง

ชาผูเอ่อร์หรือชาหมัก ผลิตจากชาเขียวพันธ์ใบใหญ่ยูนนานผ่านกระบวนการหมักนานนับปี ดื่มครั้งแรกจะรู้สึกว่ามีกลิ่นแรงและรสชาติเข้มข้นมาก แต่เมื่อดื่มครั้งต่อๆไปจะรู้สึกติดใจ

ทั้งนี้การดื่มชาในปัจจุบันมีทั้งดื่มแบบชาดำและชาผสมนมกับน้ำตาล ทั้งนี้ชาไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังเป็นอาหารว่างมื้อบ่าย เสิร์ฟพร้อมขนมหวานแบบญี่ปุ่น เช่น โยกัน ขนมมันจู ขนมซากุระโมชิ หรือขนมหวานแบบฝรั่ง เช่น เอแคลร์ คัพเค้ก เป็นต้น ที่สำคัญนักวิทยาศาสตร์ชาวสิงคโปร์รายงานว่า การดื่มชาจะช่วยให้สมองสดชื่น ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ชาบางชนิด เช่น ชาอัญชัน ชาใบหม่อน ชาเจี่ยวกู้หลาน และชาหญ้าหวาน ยังมีประโยชน์ที่จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดคอเลสเตอรอล ช่วยยับยั้งโรคมะเร็ง และโรคเบาหวานอีกด้วย

แนะนำว่า “ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ควรดื่มชาเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย โดยช่วงเช้าควรดื่มชาเขียวที่ไม่ผ่านการหมก อาทิ ชาอู่หลง ช่วงบ่ายควรดื่มชาที่มีความเข้มข้นประเภทชาดำ ชาแต่งกลิ่นต่างๆ ส่วนช่วงค่ำๆควรดื่มชาที่ไม่มีส่วนผสมของคาเฟอีน อาทิ ชามะนาว ชาจินเซน และในหน้าฝนแบบนี้แนะนำดื่มชาดำ หรือชา Earl Grey (ชารสเบา ผสานด้วยกลิ่นรสบางๆของผลไม้ ดอกไม้) จะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและป้องกันไข้หวัดได้อีกทางหนึ่งด้วย”

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

งานเสริมรายได้ดี Click >> ดูรายละเอียดงาน