เมืองลับแลเพลินวิถีวัฒนธรรมพระธาตุช่อแฮพิศเมืองแพร่มีเสน่ห์

วัฒนธรรมเมืองลับแลเมืองแพร่แลเพลินวิถีวัฒนธรรมพระธาตุช่อแฮพิศเมืองแพร่มีเสน่ห์สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายบรรยากาศทั้งธรรมชาติสงบงามมีวิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีที่มีเอกลักษณ์มีเรื่องของผ้าทอ ผ้าซิ่นตีนจก แหล่งประวัติศาสตร์ และพระธาตุประจำปีนักษัตร และขอพรพระเจ้าทันใจ

 

 

วัฒนธรรมเมืองลับแลเมืองแพร่

อุตรดิตถ์และแพร่ จังหวัดที่มีมนต์เสน่ห์รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายบรรยากาศทั้งธรรมชาติสงบงาม วิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีที่มีเอกลักษณ์ โดยที่ผ่านมาในเส้นทาง พิศเมืองแพร่แลอุตรดิตถ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภูมิภาคภาคเหนือแนะนำให้สัมผัสความงดงามของเมืองที่มีเสน่ห์แห่งนี้ ยิ่งช่วงฤดูฝนทั่วพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหรือแปลงนายิ่งเขียวขจี

อุตรดิตถ์ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯออกไปกว่าสี่ร้อยกิโลเมตรเป็นจังหวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่างเป็นดินแดนล้านนาตะวันออกซึ่งในวันวาน อุตรดิตถ์เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มายาวนานโดยสันนิษฐานว่ามีผู้คนอยู่อาศัยตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้ ซึ่งมีการค้นพบกลองมโหระทึกยุคก่อนประวัติศาสตร์ ฯลฯ

อีกทั้งอุตรดิตถ์ยังมีชื่อเลื่องลือในเรื่องของผลไม้โดยเฉพาะที่เมืองลับแล ไม่ว่าจะเป็น ลางสาด ทุเรียน รวมทั้งยังเป็นถิ่นไม้สักมีต้นสักปลูกขึ้นอยู่มากมาย ฯลฯ

วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง โบราณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดอุตรดิตถ์ตั้งอยู่ในอำเภอลับแล วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่มีประวัติการสร้างมายาวนานสันนิษฐานว่ามีขึ้นในสมัยสุโขทัย เดิมชื่อวัดมหาธาตุ โดยสถานที่นี้ยังมีความสำคัญต่อการศึกษาทางโบราณคดี สถาปัตยกรรม

ด้านหน้าเป็นที่ตั้งของพระวิหารหลวงสถาปัตยกรรมเชียงแสน ล้านนาหลังคาซ้อนสามชั้น พระประธานงดงามศิลปะเชียงแสนประดิษฐาน อีกทั้งด้านในมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่เรื่องสังข์ทองปรากฏให้ชม ด้านหลังพระอุโบสถประดิษฐานพระบรมธาตุทุ่งยั้งเจดีย์ลักษณะแบบลังกาทรงกลมงดงามและทุกปีในช่วงวันวิสาขบูชาจะมีงานห่มผ้าขึ้นพระธาตุมีขบวนแห่ผ้าอย่างยิ่งใหญ่

เมืองลับแลยังมีมนต์เสน่ห์ในเรื่องผ้าทอ ผ้าซิ่นตีนจก ที่มีเอกลักษณ์ทั้งลวดลาย สีสันเป็นงานหัตถกรรมที่สืบทอดต่อเนื่องกันมา ซึ่ง ตีนจก อาจแผลงมาจากลักษณะของผ้าซิ่นที่ชายผ้าซึ่งเรียกว่า ตีนซิ่น มีการทำลวดลายชายซิ่นด้วยมือซึ่งภาษาท้องถิ่นเรียกจกจึงกลายมาเป็นซิ่นตีนจกและเมื่อมาแล้วก็ต้องไม่พลาดแวะเที่ยวชมเช่นกัน

ไม่ไกลจากกันในเส้นทางนี้ยังสามารถแวะไปสักการะ อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ซึ่งประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติของท่านในความองอาจ กล้าหาญ รักชาติและเสียสละ เมื่อครั้งพระยาพิชัย ครองเมืองพิชัยในสมัยธนบุรี ได้สร้างเกียรติประวัติไว้โดยในปี พ.ศ. 2316 พม่ายกทัพมาตีเมืองพิชัย พระยาพิชัยได้ยกทัพไปสกัดทัพพม่าจนแตกพ่ายกลับไป และในบริเวณนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ดาบเหล็กน้ำพี้ใหญ่ที่สุดในโลกบอกเล่าเรื่องราวของดาบและคุณภาพเหล็กที่มีชื่อเลื่องลือให้เที่ยวชม

จากนั้นเดินทางต่อไปยังจังหวัดแพร่ใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงโดยสถานที่ที่เป็นจุดหมายในเส้นทางนี้คือ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวงหนึ่งในพระธาตุประจำปีนักษัตรปีขาล องค์พระธาตุมีลักษณะเป็นทรงแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองบุด้วยทองดอกบวบ ฐานสี่เหลี่ยมศิลปะเชียงแสนภายในประดิษฐานพระเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า นอกจากสักการะไหว้พระธาตุแล้วยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพสักการะสามารถไปกราบไหว้ขอพร พระเจ้าทันใจ ได้อีกด้วย โดยพระเจ้าทันใจเป็นพระที่สร้างขึ้นและเสร็จในวันเดียวจึงมีชื่อเรียกดังกล่าว

วัดพระธาตุช่อแฮ ภายในบริเวณวัดสงบเงียบเป็นระเบียบ เดินต่อลงมาด้านล่างจะพบกับร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองราคาย่อมเยา และมีหลากสีสันสิ่งของชวนให้เพลิดเพลิน และอีกบรรยากาศเมื่อมาเยือนเมืองแพร่นอกจากไหว้พระทำบุญ หากชื่นชอบสถาปัตยกรรมบ้านเรือนอาคารเก่ามาที่นี่ก็ไม่ผิดหวัง ซึ่งเมืองแพร่ยังคงมีอาคารเก่า บ้านไม้ที่มีเสน่ห์ชวนให้เกิดเที่ยวชม

บ้านวงศ์บุรี บ้านแบบยุโรปประยุกต์หลังคาสูงทรงปั้นหยาสองชั้นงดงามโทนสีชมพูเป็นหนึ่งในสถานที่ต้อนรับการมาเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยบ้านเก่าหลังนี้เป็นของผู้สืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองแพร่เป็นอาคารที่ได้รับรางวัลซึ่งปัจจุบันได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเยี่ยม

อีกสถานที่ท่องเที่ยวถ่ายทอดเอก ลักษณ์และมนต์เสน่ห์เมืองแพร่ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น โกมลผ้าโบราณ ซึ่งอาจารย์โกมล พานิชพันธ์ นักสะสมผ้าโบราณชาวอำเภอลองได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ แสดงเอกลักษณ์ผ้าทองานหัตถกรรมของชุมชน ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ จัดแสดงผ้าโบราณไว้มากมายทั้งผ้าเมืองลองและผ้าโบราณของชุมชนต่าง ๆ อีกทั้งอาคารที่จัดแสดงออกแบบไว้อย่างโดดเด่นสะดุดตา ลักษณะแบบยุโรปบอกเล่าประวัติศาสตร์วันวานพร้อมให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาเที่ยวชมเพลิดเพลินเมื่อมาเยือนเมืองแพร่ เมืองที่มีมนต์เสน่ห์แห่งนี้

การเดินทาง “อุตรดิตถ์-แพร่”

รถยนต์ : จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 2 เส้นทางด้วยกัน คือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านอ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท จนถึงนครสวรรค์ แยกเข้าเส้นทางหมายเลข 117 ถึงพิษณุโลก แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 11 จนถึงจังหวัดอุตรดิตถ์ต่อไปถึงแพร่ อีกเส้นทางใช้ ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านอ่างทอง สิงห์บุรี จนถึงอำเภออินทร์บุรี แล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 11 จนถึงทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 11 จนถึงจังหวัดอุตรดิตถ์และแพร่

รถไฟ : มีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์และแพร่ทุกวัน ทั้งรถเร็ว รถด่วน และรถด่วนพิเศษ

ของฝาก : งานหัตถกรรมประจำท้องถิ่นผ้าทอ ผลไม้ ผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูปอาทิ กล้วย มันอบเนยกล้วยตาก ฯลฯ

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง : ในระหว่างเส้นทางแวะชมผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย, วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร สักการะพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก
โดยเดลินิวส์