วันมาฆบูชาวันแห่งความรักเป็นหลักธรรมนำไปสู่ความรักอันบริสุทธิ์

วันมาฆบูชาวันแห่งความรัก

วันมาฆบูชาวันแห่งความรักเป็นหลักธรรมนำไปสู่ความรักอันบริสุทธิ์ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันมาฆบูชาตรงกับวันขึ้น15ค่ำเดือน3ตรงกับวันวาเลนไทม์เป็นวันแห่งความรักในทางศาสนาถือเป็นความรักอันบริสุทธิ์ต่อสรรพสัตว์ปรารถนาต่อการเกื้อกูลสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ ไม่ทำความชั่วทำความดีให้ถึงพร้อมชำระจิตให้บริสุทธิ์

 

วันมาฆบูชาวันแห่งความรัก
วันมาฆบูชาวันแห่งความรัก

วันมาฆบูชาวันแห่งความรัก

เป็นเหตุบังเอิญที่นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเมื่อในปีนี้วันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรักเดินทางมาบรรจบตรงกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันมาฆบูชา ซึ่งตรงกับขึ้น15ค่ำเดือน 3พระมหาวุฒิชัย(ว.วชิรเมธี)แห่งวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามจึงมีข้อคิดดีๆให้ประชาชนคนไทยได้คิดและตระหนักรวมทั้งนำไปปฏิบัติใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเองและสังคม

วันมาฆบูชาปราชญ์บางท่านกล่าวว่า เป็น“วันแห่งความรัก” ของพระพุทธศาสนาหากพิจารณาอย่างลึกซึ้งโดยไม่ต้องอิงกับกระแสวันวาเลนไทน์ก็จะเห็นว่าคำกล่าวนี้มีข้อเท็จจริงรองรับอยู่เหมือนกันเพราะในวันดังกล่าวนี้เป็นวันที่พระพุทธเจ้า“ผู้เป็นบุคคลแห่งความรัก”หรือผู้ถึงพร้อมด้วยพระมหากรุณาธิคุณต่อสัตว์โลก(มหาการุณิโก)ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอรหันต์๑,๒๕๐องค์

พระอรหันต์ทุกองค์ล้วนเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยความรักอันบริสุทธิ์ต่อสรรพสัตว์ปรารถนาแต่จะช่วยเหลือเกื้อกูลสัตว์โลกให้พ้นทุกข์พระอรหันต์ทั้งปวงที่มาประชุมกันในวันนั้นจึงเป็น“ชุมชนแห่งบุคคลที่เปี่ยมด้วยความรัก”นอกจากนี้หลักธรรมสำคัญที่ทรงแสดงในวันมาฆบูชาล้วนเป็นหลักธรรมที่นำไปสู่ความรักอันเป็นสากเช่น หลักที่ว่า “ไม่ทำความชั่วทั้งปวงทำความดีให้ถึงพร้อมชำระจิตให้บริสุทธิ์”ผู้ปฏิบัติตามหลักการนี้สมบูรณ์ก็คือผู้ลุถึงพระนิพพานและผู้บรรลุพระนิพพานแล้วย่อมไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องทำเพื่อตัวเองอีกต่อไปจึงมีจิตใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณาต่อสรรพชีวิตทุกถ้วนหน้าปรารถนาแต่จะช่วยปวงสัตว์ให้พ้นทุกข์ดังคำกล่าวถึงคุณสมบัติของพระอรหันต์ที่ท่านป.อ.ปยุตฺโตระบุไว้ว่า“บุคคลนิพพาน ทำการเพื่อโลก”

เมื่อพิจารณาลงไปในรายละเอียดของโอวาทปาฏิโมกข์ที่ทรงแสดงในวันมาฆบูชาก็จะพบว่ามีสาระสำคัญที่ชี้ทางให้มวลมนุษยชาติอยู่ร่วมกันด้วยความรักด้วยความเมตตาปรารถนาดีต่อกันเช่น ความอดทนอดกลั้น คือการบำเพ็ญตบะอันยอดเยี่ยม,ผู้ทำร้ายผู้อื่นไม่นับว่าเป็นนักบวช,ผู้เบียดเบียนคนอื่นไม่นับว่าเป็นสมณะ และนักบวช(ในพุทธศาสนา)ไม่กล่าวร้ายใครไม่ทำร้ายใคร

หลักการดังกล่าวนี้ล้วนสอนให้ไม่ใช้ความรุนแรงต่อเพื่อนมนุษย์หรือต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดและสอนให้อยู่ร่วมกันด้วยการมีขันติธรรมหรือสันติธรรมถึงแม้จะถูกกระตุ้นเร้าให้ใช้ความรุนแรงอย่างไรก็ต้องไม่พลัดตกลงไปสู่หลุมพรางของความรุนแรงเป็นอันขาดเหมือนที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่าต่อให้มีคนจับเธอมัดตรึงสองมือสองเท้าแล้วใช้เลื่อยที่คมกริบเลื่อยเธอให้ขาดเป็นสองท่อนต่อให้ถูกกระทำถึงเพียงนี้ก็ต้องไม่โกรธผู้ใดโกรธ ผู้นั้นไม่นับเป็นสาวกของเรา

สังคมไทยของเราในเวลานี้คุกรุ่นไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกลียด ชิงชัง ความรุนแรงทั้งทางความคิดทางวาจา และทางการกระทำจนจะกลายเป็นมิคสัญญีกลียุคในอนาคตอันใกล้ดังนั้นหากเราคนไทยทุกคนทุกกลุ่มจะหันกลับมาหาสารธรรมจากโอวาทปาฏิโมกข์ด้วยการร่วมกันศึกษาทำความเข้าใจแล้วน้อมนำหลักธรรมนั้นออกมาใช้เป็นแนวทางในการฟื้นฟูบูรณะสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งขันติธรรมและสันติสุขก็คงจะเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลมาฆบูชาที่ประเสริฐเลิศล้ำที่สุดสมกับที่พระพุทธองค์ตรัสว่า“การบูชาด้วยการนำธรรมะมาปฏิบัติในชีวิตจริงเป็นการบูชาที่มีคุณค่าที่สุด”
โดยเดลินิวส์
ด่วน รับสมัครงานparttimeทำที๋๋บ้าน สนใจติดต่อคุณชญาภาโทร088-873-9626,084-655-0679พร้อมจดหมายเลข..G130003.. มาติดต่อรับงาน