ฝ้าการป้องกันหลีกเลี่ยงแสงแดดและการกินยาคุมกำเนิดป้องกันฝ้า

สาเหตุการเกิดฝ้าและการป้องกันการหลีกเลี่ยงแสงแดดและการกินยาคุมกำเนิดถือว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เป็นฝ้า กระ ทำให้หน้าหมองคล้ำจะพบมากบริเวณโหนกแก้ม2ข้าง จมูก หนวด หรือทั่วใบหน้าโดยปัญหาเกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีหรือเรียกว่าเมลานินมากกว่าปกติ การป้องกันคือการหลีกเลี่ยงแสงแดดทาครีมกันแดดที่มีค่าเอสฟีเอฟ50ขึ้นไปให้ทั่วบริเวณใบหน้า

 

 

สาเหตุการเกิดฝ้าและการป้องกัน

หน้าหมองคล้ำ เต็มไปด้วย กระ ฝ้า พาจะทำให้ชีวิตหมองหม่น หน้าขาวใส มีชัยไปกว่าครึ่ง พ.ญ.ฐิติกาญจน์ ธีระพันธ์เจริญ หรือ ด็อกเตอร์กาญจน์ ย่านสนามเป้า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัตถการความงาม เผยวิธีการหลีกเลี่ยง และการรักษา ทำอย่างไรให้กระ ฝ้า นั้น จางหายไปจากใบหน้าของเรา

พ.ญ.ฐิติกาญจน์ ธีระพันธ์เจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัตถการความงาม เผยว่า กระ ฝ้า ยังเป็นปัญหาที่คนไข้ส่วนใหญ่เข้ามารับรักษาถึง 70% ซึ่งวิธีสังเกตอาการดังกล่าว จะพบได้ง่ายบริเวณ โหนกแก้มทั้ง 2 ข้าง จมูก หนวด หรือทั่วใบหน้า โดยปัญหากระ ฝ้า เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสี หรือที่เรียกว่าเมลานิน มากกว่าปกติ ลักษณะของกระจะเป็นจุดสีน้ำตาล ขนาดเล็กกว่า 0.5 เซนติเมตร และจะกระจายอยู่บริเวณใบหน้า หรือผิวหนังที่ถูกแสงแดดเป็นประจำ หรืออาจมีสาเหตุจากพันธุกรรมร่วมด้วย

ดังนั้น วิธีป้องกันไม่ให้เกิดกระ ฝ้า เริ่มต้นด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด และควรใช้ครีมกันแดดที่มีเอสพีเอฟ 50 ขึ้นไป ทาทั่วบริเวณใบหน้า และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาฮอร์โมนอย่างยาคุมกำเนิด แต่หากหลบไม่พ้นการเกิดกระและฝ้า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเริ่มรักษา

การรักษานั้นมีอยู่หลายวิธี อาทิ ใช้เวชสำอาง การทายา การใช้เทคโนโลยีผ่านเครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งการรักษาโดยใช้ผลิตภัณฑ์เวชสำอางนั้น สามารถทำให้กระ ฝ้า แลดูจางลงได้ด้วยการใช้กรดผลไม้ และกรดวิตามินเอ ช่วยผลัดเซลล์ผิวหนังกำพร้า ทำให้เม็ดสีเมลานิน ถูกกำจัดออกไปให้เร็วยิ่งขึ้น และยังมีกลุ่มที่ลดการสร้างเม็ดสีร่วมด้วย

นอกจากการทาที่มียาซึ่งมีส่วนผสมของ Hydroquinone ที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน แต่ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือนถึงจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลง ร่วมกับต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น อาการแสบแดง ระคายเคือง อาจทำให้คล้ำมากกว่าเดิม หรือกลายเป็นด่างขาวก็ได้ ทั้งนี้ การใช้ผลิตภัณฑ์เวชสำอางจะเหมาะกับผู้ที่เป็นกระ ฝ้า ที่เม็ดสีเมลานินอยู่สะสมในชั้นผิวหนังกำพร้า

ในส่วนของการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยผ่านเครื่องมือต่าง ๆ จะเหมาะกับผู้มีปัญหา ฝ้าตื้น ซึ่งเม็ดสีเมลานินสะสมในชั้นผิวหนังกำพร้า และจะมีสีน้ำตาลเข้มขอบชัดเจน โดยการรักษาวิธีนี้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้า ทำให้เม็ดสีเมลานินหลุดออกไป หรือการใช้เครื่องให้กำเนิดแสงความเข้มสูง IPL (Intense Pulse Light) และการใช้เลเซอร์ด้วย Q – Switch ND YAG Laser

โดยทั้ง 2 การรักษานี้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเป็น ฝ้าลึก ซึ่งจะมีเม็ดสีเมลานินสะสมในชั้นผิวหนังแท้ และฝ้าชนิดนี้จะมีสีเทาขอบเขตไม่ชัดเจน รวมทั้ง ฝ้าชนิดผสม ที่จะมีเม็ดสีเมลานินสะสมมากผิดปกติทั้งในชั้นผิวหนังกำพร้า และชั้นผิวหนังแท้

วิธีการรักษาแบบ IPL และ Q – Switch ND YAG Laser นี้จะให้กำเนิดพลังงานแสงไปยังผิวหนังที่มีรอยคล้ำในบริเวณที่เม็ดสีเมลานินมีปริมาณมากกว่าปกติ โดยจะดูดซับแสงแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน จึงมีผลทำให้เม็ดสีเมลานินบริเวณนั้นถูกทำลาย กระ ฝ้า จึงแลดูจางลง โดยลดเม็ดสีเมลานินส่วนเกินในผิวหนังได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการเกิดเม็ดสีที่สะสมขึ้นมาใหม่

โดยวิธีการรักษาดังกล่าวยังให้ผลการรักษาค่อนข้างรวดเร็ว แต่มีค่าใช้จ่ายสูง และต้องรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญทางด้านการใช้เครื่องมือโดยเฉพาะ แต่สิ่งสำคัญสุดหลังการรักษา คือการทายา หรือใช้ผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่ลดการสร้างเม็ดสี ร่วมกับการป้องกันการสร้างเม็ดสีด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำ
โดยเดลินิวส์

งานพาร์ทไทม์ทางเน็ตถูกกฎหมาย Click >> ดูรายละเอียดงาน