สุขภาพดี…เรื่อง กล้วยกล้วย

สุขภาพดี...เรื่อง กล้วยกล้วย

การมีสุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการจึงต้องเอาใจใส่สุขภาพให้ดีเรื่องกล้วยกล้วยแต่อย่ามองข้ามจากที่กระแสผลไม้นำเข้ามีราคาแพงจนคนมองข้ามผลไม้พื้นบ้านที่มีมานานและสาราพัดประโยชย์ของกล้วยต้องมารู้จักการกินกล้วยให้ถูกวิธีด้วยและให้คุณค่าพลังงานแก่ร่างกายมหาศาล

 

สุขภาพดี…เรื่อง กล้วยกล้วย

 

 

 

สุขภาพดี…เรื่อง กล้วยกล้วย

กระแสความนิยมผลไม้นำเข้าราคาแพงๆ หลายคนอาจลืมผลไม้ไทยอย่าง “กล้วย” ที่มีคุณประโยชน์สารพัด แถมราคาถูกกว่าผลไม้ต่างแดน มุมสุขภาพศุกร์แรกของเดือนแห่งความรักนี้ ผู้เขียนจึงนำเรื่องควรรู้ของกล้วยมาแนะนำกันค่ะ

โดยกล้วยสุกเมื่อรับประทานจะพบว่าเนื้อนุ่ม กลืนลงคอได้เร็วและย่อยง่าย ด้วยเหตุที่กล้วยกลืนง่ายนี้ ทำให้บางคนไม่ค่อยเคี้ยว ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นวิธีการที่ผิดนะคะ ที่ถูกคือต้องเคี้ยวให้ละเอียด เพราะกล้วยมีแป้งร้อยละ 20-25 ของเนื้อกล้วย ถ้าเคี้ยวไม่ละเอียด น้ำย่อยในกระเพาะต้องทำงานหนัก หากย่อยไม่ทันกล้วยจะอืดในกระเพาะอาหารได้ อย่างไรก็ตาม กระเพาะของคนใช้เวลาในการย่อยกล้วยสั้นกว่าการย่อยส้ม นม กะหล่ำปลี หรือแอปเปิล

คนทำงานหรือนักกีฬา ถ้าต้องการเรียกพลังงานให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีอาหารว่างใดดีไปกว่ากล้วยแล้วค่ะ เพราะกล้วยอุดมด้วยน้ำตาลธรรมชาติ 3 ชนิด คือ ซูโครส ฟรุคโทส และกลูโคส มีเส้นใยและกากอาหาร จึงช่วยเพิ่มพลังงานได้ทันที และดีต่อระบบขับถ่าย จากงานวิจัยพบว่า กินกล้วยแค่ 2 ผล สามารถเพิ่มพลังงานพอๆ กับการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ถึง 90 นาที จึงไม่น่าแปลกใจที่กล้วยเป็นผลไม้อันดับหนึ่งของนักกีฬาชั้นนำระดับโลก

ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มพลังงานเท่านั้น กล้วยยังช่วยเอาชนะและป้องกันโรคต่างๆ มาดูประโยชน์ของกล้วยกันดีกว่านะคะ “กล้วยมีธาตุเหล็กสูง” จึงช่วยกระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด ช่วยในกรณีที่มีสภาวะขาดกำลังหรือโลหิตจาง “กล้วยมีธาตุโปรแตสเซียมสูงสุด” แต่มีปริมาณเกลือต่ำ จึงเป็นอาหารสมบูรณ์แบบที่สุดที่จะช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต องค์การอาหารและยาของอเมริกายังอนุญาตให้อุตสาหกรรมปลูกกล้วยโฆษณาได้ว่ากล้วยเป็นผลไม้พิเศษช่วยลดอันตรายจากความดันโลหิตหรือโรคเส้นเลือดฝอยแตก

“กล้วยเพิ่มพลังสมอง” เคยมีรายงานว่า นักเรียน 200 คน ที่โรงเรียนทวิคเกนฮาม ได้คะแนนสอบดีตลอดปี เพราะการรับประทานกล้วยในมื้อเช้า ช่วงเบรก และมื้อกลางวันทุกวัน แสดงให้เห็นว่าปริมาณโปรแตสเซียมที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในกล้วยทำให้นักเรียนตื่นตัวในการเรียนมากขึ้น “กล้วยแก้โรคท้องผูก” ปริมาณเส้นใยและกากอาหารที่มีอยู่ในกล้วย ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ แก้ท้องผูกโดยไม่ต้องพึ่งยาถ่าย

“แก้โรคซึมเศร้า” จากการสำรวจในผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า พบว่า หลายคนมีความรู้สึกดีขึ้นมากหลังการรับประทานกล้วย เพราะมีโปรตีนที่เรียกว่า ทริปโตฟาน เมื่อสารนี้เข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็น เซโรโทนิน มีฤทธิ์ผ่อนคลายปรับอารมณ์ให้ดี มีความสุขขึ้น

“กล้วยแก้แฮงค์” การดื่มกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้อาการเมาค้าง กล้วยจะทำให้กระเพาะไม่ปั่นป่วน ส่วนน้ำผึ้งจะเสริมปริมาณน้ำตาลในเลือด ในขณะที่นมก็ช่วยปรับระดับของเหลวในร่างกาย “บรรเทาอาการเสียดท้อง” กล้วยมีสารลดกรดตามธรรมชาติ ถ้ารู้สึกเสียดท้อง ลองรับประทานกล้วยสักผล จะรู้สึกผ่อนคลายจากอาการเสียดท้องได้

“กล้วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่” เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่สบาย อ่อนเพลีย แนะรับประทานกล้วยเป็นอาหารว่างระหว่างมื้อ “กล้วยดีต่อระบบประสาท” ในกล้วยมีวิตามินบีสูงมาก ช่วยทำให้ระบบประสาทเป็นปกติ ยังมีการศึกษาของสถาบันจิตวิทยาในออสเตรียพบว่า ความกดดันในที่ทำงานเป็นเหตุให้กินจุบจิบ จนเป็นโรคอ้วน ฉะนั้นเพื่อเลี่ยงความตระหนกจากภาวะกดดัน จึงต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด ด้วยอาหารว่างคาร์โบโฮเดรตสูง เช่น รับประทานกล้วยทุก 2 ชั่วโมง ทั้งนี้วิตามินบี 6 ที่อยู่ในกล้วยยังมีสารควบคุมระดับกลูโคสซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์

“รักษาลำไส้เป็นแผล” กล้วยเป็นอาหารที่แพทย์ใช้ควบคุมและต้านการเกิดแผลที่ลำไส้ เพราะเนื้อของกล้วยนุ่มพอดี จึงเป็นผลไม้ชนิดเดียวที่เหมาะกับผู้ป่วยลำไส้เรื้อรัง และยังมีสภาพเป็นกลางไม่เป็นกรด ลดระคายเคือง เคลือบผนังลำไส้และกระเพาะอาหาร “ตัวช่วยสำคัญของคนกำลังเลิกบุหรี่” เนื่องจากในกล้วยมีปริมาณของวิตามินเอ บี6 บี 12 และซี สูง และยังมีโปรแตสเซียมกับแมกนีเซียมที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นคืนกำลังได้รวดเร็ว อันเป็นผลจากความอ่อนเพลียระหว่างลดเลิกนิโคติน

“รักษาสมดุลโปรแตสเซียม” โดยสารดังกล่าวช่วยให้การเต้นของหัวใจปกติ การส่งออกซิเจนไปยังสมอง และปรับระดับน้ำในร่างกาย เวลาเครียด อัตราเผาผลาญในร่างกายจะขึ้นสูงและทำให้โปรแตสเซียมในร่างกายลดลง แต่โปรแตสเซียมที่มีอยู่สูงมากในกล้วยจะช่วยให้เกิดความสมดุล

“ลดความเสี่ยงเส้นเลือดฝอยแตก” จากการวิจัยที่ลงในวารสารทางการแพทย์นิวอิงแลนด์ ชี้ว่า การกินกล้วยเป็นประจำสามารถลดอันตรายที่เกิดกับเส้นโลหิตแตกได้ร้อยละ 40 “รักษาหูด” โดยการใช้เปลือกกล้วยด้านใน วางปิดลงบนหูดแล้วใช้แผ่นปิดแผลหรือเทปติดไว้ จะสามารถรักษาโรคหูดให้หายได้ และ “แก้คัน” ก่อนใช้ครีมทาแก้ยุงกัดลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด เพราะเปลือกกล้วยสามารถแก้เม็ดผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้

นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบแอปเปิ้ลแล้ว กล้วยยังมีโปรตีนมากกว่าแอปเปิ้ล 4 เท่า มีคาร์โบรไฮเดรตมากกว่า 2 เท่า มีฟอสฟอรัสมากกว่า 3 เท่า มีวิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่า และมีวิตามินรวมทั้งแร่ธาตุอื่น มากกว่าอีก 2 เท่า และอุดมด้วยโปรแตสเซียม กล้วยจึงเป็นหนึ่งในอาหารที่ดีที่สุด
โดยเดลินิวส์
ข้อความสำคัญ สำหรับคนที่ต้องการทำงานอิสระเพิ่มรายได้ใช้เวลา2-3ชั่วโมงต่อวันติดต่อที่คุณปริญญาโทร088-873-9626พร้อมจดรหัส++G130003++มารับงานไปทำได้ทันที