ซิลิโคนเหลวฉีดหน้าเด่ง ดั้งโด่งอันตรายใกล้ตัวแพทย์สภาต้องคุม

อันตรายจากการฉีกซิลิโคนสารซิลิโคนเหลวฉีดหน้าเด่ง ดั้งโด่งแพทย์สภาต้องคุมอันตรายใกล้ตัวอยากสวยอยากหล่อสามารถแต่งเติมได้ง่ายโดยการใช้สารฟิลเลอร์ในการเติมเต็มแบ่งได้3 รูปแบบคือสารเติมเต็มที่สลายไปได้เองภายใน3-6เดือน สารเติมเต็มที่สลายภายใน1-2 ปี และสารเติมเต็มที่สลายไม่สลายตัว ซึ่งทุกตัวมีผลจากการฉีดมากมายจึงต้องมีการควบคุม

 

อันตรายจากการฉีดซิลิโคน

เรื่องความสวยความงามสมัยนี้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก อยากสวยอยากหล่อสามารถแต่งเติมได้ง่าย แต่อันตรายก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมเช่นกัน โดยเฉพาะการฉีดสารแปลกปลอมบริเวณใบหน้า

ที่แพทยสภาได้มีการหารือเรื่องควบคุมการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์เพื่อใช้ในการเสริมสวย นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองประชาชนจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เกี่ยวกับการศัลยกรรมตกแต่ง การเสริมสวยและการโฆษณา เปิดเผยว่า ในการประชุมวันนี้มีการพิจารณาการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์เพื่อใช้ในการเสริมสวย โดยสารเติมเต็มนี้มี 3 รูป คือ 1. สารเติมเต็มที่สลายไปได้เองภายใน 3-6 เดือน 2.สารเติมเต็มที่สลายภายใน 1-2 ปี และ 3.สารเติมเต็มที่สลายไม่สลายตัว ซึ่งเป็นการพิจารณาสารเติมเต็มในรูปแบบที่ 3 คือ ซิลิโคน จากรายงานของสมาคมศัลยกรรมตกแต่งแห่งประเทศไทยพบว่าภายหลังการฉีดได้ก่อให้เกิดผลเสียมากมาย นอกจากไม่ได้ทำให้สวยขึ้นแล้ว ยังมีการอักเสบ ติดเชื้อ ก่อตัวขึ้นเป็นก้อนเนื้อ ผิวขรุขระ และยังมีการไหลลงไปสู่ที่ตามและแก้ม ซึ่งการผ่าตัดแก้ไขทำได้ยากมาก ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการใช้สารเหล่านี้ในการเสริมสวยค่อนข้างมาก ดังนั้นอนุกรรมการฯ จึงมีมติเสนอให้มีการออกประกาศห้ามการฉีดสารเติมเต็มที่ไม่สลายตัว ไม่ว่าจะเป็นซิลิโคนเหลวในรูปแบบใด อย่าง ไบโอพลาสติก พาราฟิน หรือสารอื่นๆ ไม่สลายตัว เนื่องจากจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน แม้ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยทุกรายก็ตาม ถือเป็นการประกาศครั้งแรกของประเทศไทยที่จะห้ามฉีดสารนี้ โดยจะเสนอต่อคณะกรรมการแพทยสภาในวันที่ 12 ก.ย. นี้

นพ.สัมพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการนำเข้าซิลิโคนเหลวไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อยู่แล้ว ดังนั้นการบริการฉีดซิลิโคนเหลว ไม่ว่าที่ใดถือว่ามีความผิดทั้งหมด แต่ที่ผ่านมามีผู้ที่ลักลอบนำเข้าและฉีดให้กับประชาชนทั่วไป โดยผู้ฉีดมีทั้งแพทย์และไม่ใช่แพทย์ ดังนั้นการออกประกาศยกเลิกการฉีดซิลิโคนเหลวนี้ จะมีผลเพื่อเป็นการเตือนให้ความรู้ประชาชนที่จะไปรับการฉีดสารเติมเต็มว่า สารที่ฉีดนี้เป็นสารอะไร ได้รับการรับรองจาก อย.หรือไม่ เพราะปัจจุบันมีเพียงสารฉีดเติมเต็มเดียวที่ได้รับการรับรอง คือ ไฮยาลูโรนิค แอซิค เท่านั้น แม้แต่คอลลาเจนก็ไม่ได้รับการอนุมัติ อย่างไรก็ตามในการฉีดซิลิโคนเหลวมีเพียงกรณีเดียวที่ได้รับการยกเว้น เนื่องจากเป็นการใช้เพื่อการรักษากรณีที่เกิดภาวะกล้ามเนื้อยุบหรือฝ่อ แต่ก็มีการใช้น้อยมาก นอกจากนี้การประกาศยังมีวัตถุประสงค์เพื่อการควบคุมการโฆษณาและการทำธุรกิจ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการดูในเรื่องการโฆษณา

“ในการประกาศยกเลิกการใช้ซิลิโคนเหลวของแพทยสภานี้ นอกจากมีวัตถุประสงค์เพื่อเตือนประชาชนแล้ว ยังมีผลในการลงโทษแพทย์ที่ใช้สารเหล่านี้ในการตกแต่งศัลยกรรม ซึ่งจะทำให้มีบทลงโทษต่อวิชาชีพที่ชัดแจนมากขึ้น” เลขาธิการแพทยสภา กล่าว

ด้าน นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย และอนุกรรมการฯ กล่าวว่า การใช้สารเติมเต็มซิลิโคนเหลว ในส่วนของใบหน้าที่ผ่านมาพบว่า ภายหลังการฉีดไปแล้วมีจำนวนมากที่เกิดปัญหา ซึ่งจากการศึกษาพบว่าหลังการฉีดซิลิโคน 1-2 ปีแรก การฉีดจะสวยและเข้าที่ แต่หลังจากนั้น 3-5 ปีจะเริ่มแสดงผลการทำลายเนื้อเยื่อใต้เซลผิวหนัง ซึ่งจะมีอาการต่างๆ ตั้งแต่การเกิดอาการบวม อักเสบ การติดเชื้อ มีผื่นแดง ผิวขรุขระ ใบหน้าบิดเบี้ยว และจะเริ่มคลำพบเนื้องอก มีคนไข้จำนวนมากที่เข้ารับการรักษาจากการฉีดซิลิโคนเหลว โดยต้องมีการผ่าตัดนำซิลิโคนเหลวใต้ผิวหนังออก ซึ่งในการรักษานั้นจะนำไขมันสเต็มเซลล์บริเวณหน้าท้องมาปลูกใส่ทดแทนเนื้อที่หายไปเพื่อให้ดูสวยงามขึ้น และในอนาคตจะเป็นวิธีที่นำมาใช้ทดแทนการใช้สารเติมเต็ม เพราะเป็นเนื้อเยื่อของเราเอง จึงไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน

นพ.ชลธิศ กล่าวต่อว่า ในผู้ที่ฉีดซิลิโคนเหลวไปแล้ว ไม่ใช่ว่าทุกรายที่ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน มีจำนวนไม่น้อยที่ภายหลังการฉีดแล้วไม่มีอาการใดๆ ดังนั้นในคนกลุ่มนี้จึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัดรักษาเพื่อนำสารเติมเต็มนี้ออก ยกเว้นผู้ที่เกิดอาการต่อต้าน ดังนั้นกรณีการประกาศของแพทยสภาที่ยกเลิกการฉีดซิลิโคนเหลว จึงไม่ต้องตระหนก ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะกรณีของซิลิโคนเหลวเท่านั้น ไม่ได้รวมถึงซิลิโคนแท่งที่ไม่เป็นการปัญหา.
โดยเดลินิวส์

งานเสริมรายได้ดี Click >> ดูรายละเอียดงาน