อันประจำเดือนมีผลให้เกิดโรคช็อคโกแลตซีสต์สิ่งที่ผู้หญิงรู้

อั้นประจำเดือนให้เกิดช็อคโกแลตซีสต์สิ่งที่ผู้หญิงควรรู้เป็นอาการผิดปกติของการมีประจำเดือนโดยเลือดประจำเดือนแต่ละเดือนจะไหลออกมาไม่หมด หรือเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง เยื่อพุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่มีผลทำให้เปลี่ยนเป็นช็อคโกแลตซีสต์ได้ซึ่งเกิดจากการปวดท้องน้อยเรื้อรังเมื่อมีประจำเดือน

 

 

อั้นประจำเดือนให้เกิดช็อคโกแลตซีสต์

“โรคอั้นประจำเดือน” เป็นอาการที่แสดงของผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ เลือดประจำเดือนแต่ละเดือนจะไหลออกมาไม่หมด ส่งผลให้มีเลือดไหลออกทางอวัยวะเพศตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ช่วงเวลาเป็นประจำเดือน นอกจากนี้ยังทำให้รู้สึกปวดท้องถึงปวดอย่างรุนแรง ที่สำคัญหากมีอาการที่ว่านี้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะกลายเป็น “โรคช็อกโกแลตชีสต์” ในที่สุด!

ทราบแล้วว่า โรคอั้นประจำเดือน สามารถขยับไปเป็นช็อกโกแลตชีสต์ได้ โดยโรคอย่างหลังนี้ ทางการแพทย์เรียกว่า “เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่” เกิดจากเลือดประจำเดือนไหลย้อนกลับเข้าไปในช่องท้องผ่านท่อรังไข่ และนำเซลล์ของเยื่อบุโพรงมดลูกเข้าไปด้วย เมื่อเซลล์นี้ไปฝังตัวอยู่ที่อวัยวะส่วนใดก็จะเกิดถุงน้ำขึ้นที่อวัยวะนั้น อาทิ อุ้งเชิงกราน ท่อรังไข่ ลำไส้ ช่องคลอด มดลูก แต่ที่พบบ่อย คือ รังไข่

เหตุที่ช็อกโกแลตชีสต์มักเกิดที่รังไข่ เพราะบริเวณดังกล่าวมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง เหมาะแก่การเจริญเติบโต ขณะที่บริเวณเยื่อบุโพรงมดลูก ถ้าเลือดประจำเดือนไหลแทรกเข้าไปจะไม่กลายเป็นซีสต์ แต่จะกลายเป็นพังผืดหรือก้อนในกล้ามเนื้อมดลูกแทน เพราะกล้ามเนื้อมดลูกค่อนข้างแข็ง แต่จะส่งผลให้ปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง ประจำเดือนมามาก และมีบุตรยาก

อาการปวดที่คล้ายจะเป็นสัญญาณว่ามีช็อกโกแลตชีสต์ ประกอบด้วยปวดท้องน้อยเรื้อรังเมื่อมีประจำเดือน และปวดมากขึ้นทุกเดือน มักปวดด้านหน้า ตั้งแต่บริเวณสะดือไปถึงอุ้งเชิงกราน ส่วนด้านหลังปวดตั้งแต่บั้นเอวถึงก้นกบ บางรายอาจปวดจนเป็นเป็นลมหมดสติ ร่วมด้วยลำไส้แปรปรวน ท้องอืด ท้องเสีย ปวดมากเวลาขับถ่าย ปวดเสียดในท้อง ปวดหลัง ปวดร้าวลงขา ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะบ่อย และเมื่อมีเพศสัมพันธ์จะรู้สึกเจ็บปวด

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสังเกตด้วยว่า ผู้หญิงกลุ่มที่มักเป็นช็อกโกแลตชีสต์ คือ ประจำเดือนมาตั้งแต่อายุน้อย ประจำเดือนรอบสั้น คือ มีมากกว่าเดือนละ 2 ครั้ง ประจำเดือนออกมามาก หรือนานกว่า 7 วัน มีสมาชิกในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนี้ โดยเฉพาะทางมารดา พี่สาว น้องสาว ทว่าผู้ป่วยบางรายไม่เคยมีอาการปวด จนกระทั่วก้อนซีสต์มีขนาดใหญ่มาก ๆ แล้วไปกดอวัยวะข้างเคียง หรือแตกออก โดยซีสต์นั้นมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งได้ร้อยละ 0.3-0.7

เมื่อป่วยช็อกโกแลตชีสต์ แพทย์จะรักษาด้วย 2 วิธีหลักๆ อย่างการใช้ยา ในกรณีที่ชีสต์มีขนาดเล็ก อาจให้เป็นยาทาน หรือยาฉีดเพื่อลดขนาด การใช้ยาจะมีผลข้างเคียงคือน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่วิธีผ่าตัด แพทย์จะพิจารณารักษาเมื่อใช้ยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือถุงน้ำใหญ่มากจนเกิดอาการปวดรุนแรง หรือไปกดอวัยวะข้างเคียง.
โดยเดลินิวส์

งานพาร์ทไทม์ทางเน็ตถูกกฎหมาย Click >> ดูรายละเอียดงาน