เคล็ดลับกินเจให้สุขภาพดีไม่ขาดสารอาหารการบริโภคอาหารธรรมชาติ

เคล็ดลับกินเจสุขภาพดีไม่ขาดสารอาหารการบริโภคอาหารธรรมชาติ หลีกเลี่ยงแาหาแปรรูป ลดการกินเนื้อสัตว์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นิยมในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพของคนยุคนี้ช่วงเทศกาลกินเจถือว่าเป็นช่วงดีๆจะได้มีโอกาสทำบุญชำระจิตใจให้สะอาด มีโอกาสในการถือศิล บำเพ็ญธรรมไปพร้อมกัน

 

 

เคล็ดลับกินเจสุขภาพดี

การตื่นตัวเรื่องของสุขภาพมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นตามกระแสโลก การบริโภคอาหารธรรมชาติ หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป ลดการกินเนื้อสัตว์ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเริ่มเป็นที่นิยมในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพของคนยุคนี้ ช่วงเทศกาลกินเจถือเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่จะได้มีโอกาสทำบุญ ชำระจิตใจให้สะอาด เพราะไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิต และยังมีโอกาสดีในการถือศีล บำเพ็ญธรรมไปพร้อมกันด้วย เรียกได้ว่าเป็นเทศกาลที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติต่างมีความสุขทั้งทางกายและทางใจ

อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพจากสหรัฐอเมริกา เผยว่า ผู้ที่กินเจมีความเชื่อว่าการกินเจนอกจากได้บุญแล้ว ยังช่วยให้ผู้กินมีสุขภาพดีอีกด้วย แต่ความเชื่อในการกินเจของแต่ละกลุ่มมีความเชื่อที่ต่างกันออกไป ส่วนใหญ่เชื่อว่าในช่วงเทศกาลกินเจนี้พระโพธิสัตว์เสด็จลงจากสวรรค์มาสถิตยังแดนมนุษย์ เพื่อทำการโปรดสัตว์ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเทพเจ้า หรือที่เรียกกันว่าช่วง “ฮุดโจ้วเฮี้ยง” บรรดาผู้คนจึงพากันทำความดีด้วยการถือศีลกินเจ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ งดการกินเนื้อสัตว์ กินแต่ผักผลไม้ ธัญพืชและโปรตีนพืช ร่วมกับการถือศีลภาวนา ซึ่งถือว่าเป็นการชะล้างกายใจให้บริสุทธิ์ เพื่อน้อมถวายและขอพรให้พระโพธิสัตว์ทรงเมตตา และเชื่อว่าหากใครตั้งจิตใจให้บริสุทธิ์และถือศีลกินเจในเทศกาลนี้ จะอธิฐานขอสิ่งใดมักได้สมดังปรารถนา

การกินเจตามธรรมเนียมนิยมแต่โบราณอย่างเคร่งครัดนั้น นอกจากงดการบริโภคเนื้อสัตว์แล้วยังห้ามบริโภคผักที่มีกลิ่นฉุนบางชนิด เช่น หัวหอม กระเทียม หลักเกียว (ลักษณะคล้ายกระเทียมแต่มีขนาดเล็กกว่า) กุยช่าย ใบยาสูบ เป็นต้น เพราะชาวเจเชื่อว่า ผักที่มีกลิ่นฉุน จะเข้าไปทำลายธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย ส่งผลให้อวัยวะภายในร่างกายทำงานไม่ปกติ ในกรณีที่เจ็บป่วย การกินผักกลิ่นฉุนก็อนุโลมได้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่จะทำให้ผิดศีล หากใช้ผักเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรค เพราะเป็นผักที่มีสารพฤกษเคมีที่ช่วยในการเพิ่มภูมิต้านทานและป้องกันมะเร็ง และมีองค์ประกอบเป็นยา

แม้กินเจอย่างเคร่งครัดแต่ในระยะเวลาสั้น ก็ใช่ว่าจะทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะในผัก ผลไม้และธัญพืชที่กินนั้น แต่ละชนิดให้คุณค่าสารอาหารที่ต่างกันออกไป สำคัญตรงที่รู้จักเลือกกินอย่างถูกหลัก เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนและสมดุล การผสมผสานของผักผลไม้ เมล็ดธัญพืชจำพวก ข้าว ถั่วต่างๆ งา และถั่วเหลืองจะทำให้ได้รับสารอาหารหลากหลายเหมาะสมและได้โปรตีนที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะถั่วเหลือง สำหรับชาวเจนับเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีไม่แพ้เนื้อสัตว์ และฮอร์โมนพืชในถั่วเหลืองคือสารไอโซฟลาโวนส์ช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันมะเร็งในเต้านมด้วย

กุญแจของการกินอาหารเจเพื่อสุขภาพ เช่นเดียวกับอาหารอื่น ๆ ที่ไม่ใช่มังสวิรัติ คือการกินอาหารให้หลากหลายจากผัก ผลไม้ เมล็ดธัญพืชและถั่วต่างๆ รวมถึงเห็ด ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีไม่แพ้เนื้อสัตว์ และเห็ดยังมีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายต้องการครบถ้วน นอกจากนี้เห็ดยังเป็นแหล่งที่ดีของวิตามิน แร่ธาตุ รวมทั้งธาตุเหล็ก และซีลีเนียม ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยชาวเจสามารถเลือกกินเมนูเห็ดได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ต้มยำเห็ดฟาง ยำเห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดเข็มทอง เห็ดออรินจิ เห็ดหูหนู หรือผัดเห็ดหอม เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีเห็ดบางชนิดที่มีสรรพคุณทางยาและได้รับการยอมรับว่าเป็น “เห็ดทางการแพทย์” อาทิ เห็ดยามาบูชิตาเกะ เห็ดไมตาเกะ เห็ดหลินจือ เห็ดชิตาเกะ ถั่งเฉ้า เห็ดแครง เป็นต้น ซึ่งมีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ปลอดภัยและให้ประโยชน์ต่อร่างกายมาก เช่น สารประกอบในกลุ่มโพลีแซ็คคาไรด์และเบต้ากลูแคนที่สกัดได้จากเห็ด มีส่วนช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยในการกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว เพื่อปรับสมดุลการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ได้ประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับการต่อต้านเชื้อโรคและเซลล์มะเร็ง จึงเปรียบได้กับการยกระดับภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ด้วยเหตุนี้เห็ดทางการแพทย์หลายชนิดจึงถูกนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพและใช้เป็นตัวยาในการรักษาโรค ขณะนี้การใช้ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์สกัดเข้มข้น นับเป็นวิธีที่ช่วยให้ได้รับปริมาณของสารสกัดมากกว่าการกินจากเห็ดสดหรือการสกัดเอง

ข้อควรระวังสำหรับผู้กินเจ อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช แนะนำว่า ควรจำกัดอาหารที่มีไขมันและอาหารที่ส่วนผสมของน้ำตาลสูง ละเว้นเครื่องดื่มมึนเมาและบุหรี่ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมผลจากอาหารเจต่อสุภาพให้ดียิ่งขึ้น และประการสำคัญ พยายามออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใสอย่าให้เครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ สุขภาพที่ดีเยี่ยมจะไม่หนีไปไหน และช่วงกินเจควรใส่ใจดื่มน้ำให้มากอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะอาหารที่มีกากใยสูงต้องการน้ำในการทำงานหากดื่มน้ำไม่พออาจทำให้เกิดอาการท้องอืด มีแก๊ส ปวดท้องได้
โดยเดลินิวส์

งานเสริมรายได้ดี Click >> ดูรายละเอียดงาน