เตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยทอย เน้นเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี

เตรียมความพร้อมวัยทอง

เตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยทอง เน้นเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี การเลือกรับประทานอาหารสามารถช่วยให้ร่างกายแข็งแรงลดเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ผู้ที่มีอายุ50ปีขึ้นไปควรทานอาหารอย่างถูกวิธีการประกอบอาหารมีส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพควรเลือกวิธีการนึ่ง ต้ม อบ ย่าง เลี่ยงการประกอบอาหารที่ใช้น้ำมัน เพื่อลดปริมาณไขมันที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายส่วนอาหารพวกเนื้อสัตว์ควรเน้นเป็นประเภทของปลา และเนื้อไก่ที่ไม่ติดหนัง

 

เตรียมความพร้อมวัยทอง
เตรียมความพร้อมวัยทอง

 

เตรียมความพร้อมวัยทอง

สูดลมหายใจลึกๆ และกลั้นอารมณ์โมโหเอาไว้ก่อน สำหรับคนที่โดนแซวว่า “กำลังเข้าสู่วัยทอง” เพราะถึงแม้จะเข้าสู่วัยทองก็สามารถดูดีเช้งกระเด๊ะได้ ถ้ารู้จักเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกวิธี

การเลือกรับประทานอาหารสามารถช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ดูดี และลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ได้มาก ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ควรทานเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพ ประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท ธัญพืช เมล็ดถั่ว และผักที่มีแป้งสูง เพราะเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีสารที่แตกตัวได้ยาก เช่น ไขมัน หรือโปรตีนประกอบอยู่ในโมเลกุลด้วย ซึ่งแตกต่างจากแป้งในข้าวขาว ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงเร็ว และร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมัน อันเป็นสาเหตุที่ทำให้อ้วนง่าย

การประกอบอาหารมีส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพ จึงควรเลือกวิธีการ นึ่ง ต้ม อบ ย่าง เลี่ยงการประกอบอาหารที่ใช้น้ำมัน เพื่อลดปริมาณไขมันที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายออกไป แต่หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ควรเลือกน้ำมันที่มีประโยชน์กับร่างกาย อาทิ น้ำมันมะกอกและน้ำมันคาโนลา ซึ่งมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว มีคุณสมบัติในการลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี การเลือกบริโภคน้ำมันจะทำให้มีความต้านทานต่อโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ดี และยังมีสารประกอบกลุ่มโพลีฟีนอล ที่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ

ส่วนการรับประทานเนื้อสัตว์และผลไม้ควรเลือกทาน ประเภทปลา และเนื้อไก่ที่ไม่ติดหนัง เพื่อลดคอเลสเตอรอล และเลี่ยงการทานหมูกับเนื้อ มากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และควรจะเลือกทานผลไม้หลากสี ในปริมาณ 5 กำมือต่อวัน โดยเน้นผลไม้ที่ไม่มีรสหวาน อาทิ กีวี่ แก้วมังกร เบอร์รี่ แอปเปิ้ลเขียว เป็นต้น

นอกจากนี้ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับวิตามินดี ที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและป้องกันโรคที่เกี่ยวกับกระดูก โดยร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้เมื่อได้รับแสงอาทิตย์ ในช่วงก่อน 9 โมงเช้า หรือหลัง 4 โมงเย็นเป็นเวลาประมาณ 20-30 นาที 2-3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อจะได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ

และควรได้รับปริมาณแคลเซียมถึง1,200 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะแคลเซียมมีส่วนสำคัญต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย เป็นต้นว่า มีส่วนช่วยในเรื่องการแข็งตัวของเลือด ทำงานเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อและเส้นประสาท ส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และรักษาความสมดุลของเลือดและความดันโลหิตให้ปกติ ดังนั้นการขาดแคลเซียมนอกจากจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคทางกระดูกแล้ว ก็ยังทำให้ร่างกายมีอาการผิดปกติในด้านอื่นๆ ด้วย จึงควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียม อาทิ ปลาที่มีน้ำมัน ไข่ นมพร่องมันเนย โยเกิร์ตรสธรรมชาติ เต้าหู้ เป็นต้น

โดยสิ่งที่ต้องพยายามเลี่ยง คือ อาหารที่มีรสเค็มและหวานมาก ปัจจุบันมีอาหารสำเร็จรูปและอาหารแช่แข็ง และส่วนใหญ่จะปรุงด้วยผงชูรส มีรสชาติเน้นหวานและเค็ม โดยตามปกติแล้วนั้นเพศหญิงควรรับประทานน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน และเพศชายไม่ควรเกิน 9 ช้อนชาต่อวัน

นอกจากนี้เพศหญิงยังต้องเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริมธาตุเหล็ก เนื่องจากเป็นวัยที่หมดประจำเดือนแล้ว หากได้รับธาตุเหล็กมากเกินไปจะก่อให้เกิดอนุมูลอิสระและแก่เร็วขึ้นอีกด้วย

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

งานเสริมรายได้ดี Click >> ดูรายละเอียดงาน