เตรียมพร้อมสู่วัยสูงอายุ สังคมไทยกับวัยสูงอายุ อาหารผู้สูงอายุ

เตรียมพร้อมสู่วัยสูงอายุ

เตรียมพร้อมสู่วัยสูงอายุ สังคมไทยกับวัยสูงอายุ อาหารผู้สูงอายุ เตรียมความพร้อมสำหรับคนที่ขึ้นเลข4 5 6 นำหน้าเพราะนั้นหมายถึงความชรากำลังมาเยือนจึงต้องดูแลเอาใจใส่สุขภาพร่างกายเป็นพิเศษโดยการเลือกโภชนาการให้มีสารอาหารจำพวกแคลเซียมและวิตามินดีที่มีความจำเป็นและการออกกำลังกายสมำ่เสมอ

 

เตรียมพร้อมสู่วัยสูงอายุ
เตรียมพร้อมสู่วัยสูงอายุ

เตรียมพร้อมสู่วัยสูงอายุ

คำว่า “ผู้สูงอายุ” อาจฟังดูเป็นภาวะไม่พึงประสงค์สำหรับหลายคน เพราะเมื่ออายุมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บก็มักถามหา
อันดับแรก “โภชนาการ” คือสิ่งสำคัญกับคนทุกช่วงอายุ สำหรับผู้สูงอายุแล้ว แนะนำว่าสารอาหารรองจำพวกแคลเซียมและวิตามินดีมีความจำเป็น ส่วนภาวะน้ำหนักเกินหรือภาวะกล้ามเนื้อลีบที่มักพบในผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปนั้นเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกได้ชัดว่า พวกเขาควรบริโภคน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวแต่น้อย และบริโภคโปรตีนเพิ่มมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะดังกล่าวและก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างแข็งแรง ส่วนการรับประทานไฟเบอร์ในปริมาณที่เหมาะสมจากผักและผลไม้ทั้งผลนั้นดีต่อคนทุกช่วงอายุ รวมถึงผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุจึงต้องการปริมาณโปรตีนที่สูงกว่าคนทั่วไปในการสร้างเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ ระหว่างมื้อโปรตีนเหล่านี้จะถูกเผาผลาญไปประมาณ 30 แคลอรี/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ดังนั้น หากให้ดี จึงควรให้ผู้สูงอายุรับประทานโปรตีนในปริมาณที่เท่า ๆ กันในแต่ละมื้อตลอดทั้งวัน ไม่ใช่ทานน้อยในตอนเช้าแล้วเพิ่มปริมาณขึ้นมาในช่วงบ่ายและเน้นหนักในมื้อเย็น อาหารที่แนะนำสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่ โปรตีนที่มีไขมันต่ำจำพวก ไข่ ปลา อกไก่ ไข่ขาว เต้าหู้ ถั่ว หรือแม้กระทั่งโปรตีนผง
ที่สำคัญต้องออกกำลังกายควบคู่กันด้วย เพราะถ้าผู้สูงอายุได้รับแคลอรีมากเกินไปทั้งที่ระบบเผาผลาญของตนทำงานได้ช้าลงกว่าตอนที่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาว ก็จะทำให้มีน้ำหนักเกินได้ ส่วนผู้สูงอายุที่ทานอาหารไม่เหมาะสมและนั่งอยู่กับที่นาน ๆ ก็ยังมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกล้ามเนื้อลีบซึ่งทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อในร่างกา การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที เป็นระยะเวลา 5 วันต่อสัปดาห์จะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างเต็มที่ และสามารถลดปริมาณความตึงเครียดในผู้สูงอายุและทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นปัจจัยที่มีผลกับการเพิ่มของน้ำหนักตัวทั้งสิ้น สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่เคยหรือไม่ค่อยออกกำลังกาย แนะนำให้ออกกำลังโดยการเดินผสมกับการบริหารกล้ามเนื้อเป็นเวลา 20-30 นาที ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปควรจะออกกำลังกายแบบยืดหยุ่น ประเภทยืดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นเพราะจะช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้ดี
เตรียมตัวรับมือเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุด้วยความพร้อม เพราะสุขภาพดีสามารถสร้างได้ง่ายไม่ว่าจะอายุขึ้นต้นด้วยเลข 4 5 หรือ 6 ก็ยังสดชื่นและแข็งแรงอย่างไม่ต้องกลัวโรค.
โดยเดลินิวส์

งานเสริมรายได้ดี Click >> ดูรายละเอียดงาน