เทคนิคปลดหนี้ที่ควรรู้ หนี้บัตรเครดิตและบัตรเงินสด หนี้บ้านรถ

เทคนิคปลดหนี้ที่ควรรู้

เทคนิคปลดหนี้ที่ควรรู้ หนี้บัตรเครดิตและบัตรเงินสด หนี้บ้านรถ เป็นปัจจัยที่จำเป็นในชีวิตหลายคนต้องผ่อนของต่างๆมากมายจึงต้องมีการศึกษาวิธีการเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดในการผ่อน การผ่อนบ้านจะมีระยะเวลาผ่อนยาวนานจึงต้องลดค่าดอกเบี้ยให้ได้มากที่สุดในส่วนของรถนั้นต้องใช้วิธีการปิดหนี้รถไปเลยในครั้งเดียวส่วนถ้าเป็นหนี้บัตรเครดิตและบัตรเงินสดควรรีบชำระให้เร็วเพราะดอกตาม

 

 

เทคนิคปลดหนี้ที่ควรรู้
เทคนิคปลดหนี้ที่ควรรู้

 

เทคนิคปลดหนี้ที่ควรรู้

หนี้บ้าน นับว่าเป็นหนี้ที่มีมูลค่าสูงและใช้เวลานานในการชำระหนี้ โดยบางคนอาจใช้เวลานานถึง 25-30 ปี เลยทีเดียว อัตราดอกเบี้ยในการกู้ซื้อบ้านถือว่าไม่แพง เมื่อเทียบกับหนี้ประเภทอื่น โดยเป็นแบบลดต้นลดดอก ซึ่งปกติธนาคารจะคิดอยู่ที่ MLR (Minimum Loan Rate) หรือปัจจุบันอยู่ที่ 6-7% ต่อปี การโปะเป็นเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้เราประหยัดดอกเบี้ยลงได้มาก ยกตัวอย่างเช่น หากขอสินเชื่อบ้าน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 30 ปี ถ้าคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 6.75% ต่อปี ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดสูงเกือบ 8 แสนบาท ขณะที่การชำระหนี้เพิ่มหรือโปะเพิ่มเพียงเดือนละ 10% จะช่วยร่นระยะเวลาผ่อนให้ลดลงไปถึง 4 ปี และดอกเบี้ยเหลือเพียง 6 แสนบาท ส่วนการรีไฟแนนซ์ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยบรรเทาภาระดอกเบี้ยได้ แต่ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์ควรตรวจสอบก่อนว่า ดอกเบี้ยที่ประหยัดได้จะคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์หรือไม่ โดยควรรอให้พ้นระยะเวลาที่ธนาคารเดิมคิดค่าปรับเสียก่อน ซึ่งปกติจะอยู่ที่ 3 ปี

หนี้รถ เป็นหนี้ที่มีการคิดดอกเบี้ยแตกต่างจากหนี้รูปแบบอื่นๆ เพราะมีการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ ซึ่งปกติแล้วอยู่ที่ 2.5-5% ต่อปี (เทียบกับแบบลดต้นลดดอกประมาณ 5-10% ต่อปี) ยิ่งเลือกผ่อนยาวก็จะจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น อีกทั้งการโปะไม่สามารถช่วยลดภาระดอกเบี้ยลงได้ วิธีที่จะช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยลงได้คือ การปิดหนี้รถไปเลยในครั้งเดียว เพราะสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกำหนดให้ผู้ให้เช่าซื้อต้องลดดอกเบี้ยไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าซื้อรถราคา 5 แสนบาท โดยผ่อนชำระเป็นเวลา 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี ดอกเบี้ยทั้งหมดเท่ากับ 6 หมื่นบาท แต่หากทำการปิดหนี้เมื่อผ่อนไปแล้ว 2 ปี จะช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยไปได้เป็นเงิน 7,653 บาท

หนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด เป็นหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด หากนำบัตรเครดิตไปรูดซื้อสินค้าแล้วชำระไม่เต็มจำนวน หรือมีการกดเงินจากบัตรเครดิต จะเสียดอกเบี้ยที่อัตรา 20% ต่อปี ส่วนบัตรกดเงินสดจะมีการคิดดอกเบี้ยที่ 28% ต่อปี โดยเริ่มคิดเมื่อมีการกดเงินสดออกมาจากบัตร เมื่อเป็นหนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด หลายๆ คนมักเลือกที่จะชำระเท่ากับยอดชำระขั้นต่ำซึ่งอยู่ที่ 5-10% ของยอดหนี้ การชำระเงินแบบนี้ทำให้ยอดหนี้ที่เป็นเงินต้นลดลงไปน้อยมาก จึงใช้เวลานานกว่าจะชำระหนี้จนหมด แนะนำว่า เมื่อเป็นหนี้บัตรทั้ง 2 ประเภท ควรรีบชำระหนี้หรือโปะให้เร็วที่สุด เพื่อให้ยอดหนี้ส่วนที่เป็นเงินต้นลดลง จะได้ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเป็นเงินจำนวนมาก
โดยเดลินิวส์

งานเสริมรายได้ดี Click >> ดูรายละเอียดงาน