ไหว้ตรุษจีนถูกหลัก เสริมสิริมงคลรับปีมะเส็ง

ตอนรับปีมะเส็งให้เกิดสิริมงคลโดยเทศกาลไหว้ตรุษจีนให้ถูกหลักถูกวิธีจะได้เป็นมงคลยิ่งๆขึ้นไปถือเป็นประเพณีเก่าแก่ที่มาคู่กับคนจีนต้องรู้จักว่าช่วงเทศกาลตรุษจีนถือปฎิบัติกัน3วันคือวันจ่าย วันไหว้และวันถือทั้ง3วันมีความหมายหมอและต้องรู้ว่าควรจะซื้อของอะไรมาไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตรวมทั้งมีการไหว้เทพเจ้าช่วงกลางคืนด้วยดูรายละเอียดเพิ่มได้

 

ไหว้ตรุษจีนถูกหลัก เสริมสิริมงคลรับปีมะเส็ง

 

 

 

 

ไหว้ตรุษจีนถูกหลัก เสริมสิริมงคลรับปีมะเส็ง

วันขึ้นปีใหม่ที่เป็นสากลของทั่วโลกตรงกับวันที่ 1 มกราคมของทุกปี แต่สำหรับวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน วันตรุษจีน ในวันนี้มีความหมายความสำคัญหมายถึงวันเริ่มต้น วันใหม่ เริ่มฤดูกาลใหม่ของชาวจีนซึ่งตรงกับวันที่ 1 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติของชาวจีนและในปีนี้ วันตรุษจีน ตรงกับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ซึ่งใกล้จะมาถึงในอีกไม่กี่วัน

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนมีวันสำคัญที่ยึดถือปฏิบัติ โดยคนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับคำว่า ’วันจ่าย วันไหว้ วันถือ“ ซึ่งเกร็ดความรู้การไหว้เจ้า การเลือกของไหว้ตรุษจีนอย่างถูกหลัก บอกเล่าเคล็ดลับการไหว้ การเลือกสิ่งของไหว้ คุณลักษณะที่ถูกต้องครบถ้วนและมีความหมายอันเป็นมงคล

ประเพณีการไหว้ขอพรเทพเจ้าของชาวจีนสืบทอดกันมายาวนาน ซึ่งการไหว้เทพเจ้าในฤดูใบไม้ผลิอันเหมาะแก่การเพาะปลูกนั้นจะเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกของปี โดยในหนึ่งปีของชาวจีนจะมี 4 ฤดู ได้แก่ ใบไม้ผลิ ในเดือน 1-3 เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเพาะปลูก เดือน 4-6 ฤดูร้อน เป็นช่วงเก็บเกี่ยวพืชผลและเตรียมสะสมเสบียงอาหารรับช่วงอากาศหนาว

จากนั้นเดือน 7-9 เป็น ฤดูใบไม้ร่วงซึ่งไม่สามารถเพาะปลูกได้เพราะอากาศเริ่มหนาว ส่วนเดือน 10-12 เป็น ช่วงฤดูหนาว ทางเหนือของจีนมีหิมะตกอากาศยิ่งหนาวเย็นมาก เพาะปลูกอะไรไม่ได้จึงต้องนำอาหารที่กักตุนไว้ในช่วงหน้าร้อนมารับประทานและเมื่อฤดูหนาวผ่านไป หลังปีใหม่ก็จะเข้าสู่ฤดูเพาะปลูกฤดูใบไม้ผลิ ชาวจีนจึงนิยมการไหว้ขอพรเทพเจ้าเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ต่อมาจึงปรับเป็นการไหว้ตรุษจีนโดย คำว่า ตรุษ แปลว่า เริ่ม ซึ่งก็คือวันที่ 1 เดือน 1

“การไหว้ในเทศกาลตรุษจีนถือว่าเป็นการไหว้ที่ยิ่งใหญ่เพราะเป็นการขอพรสำหรับทั้งปี ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์จะนิยมทำความสะอาดบ้านเรือนเพื่อต้อนรับโชคดี จากนั้นเป็นการไหว้วันสิ้นปีโดยปีนี้ตรงกับวันที่ 9 กุมภาพันธ์ นับแต่ช่วงเช้า (วันที่ 9 กุมภาพันธ์) จะตั้งโต๊ะไหว้เจ้าที่ ช่วงสายจะไหว้บรรพบุรุษ หลังจากนั้นไหว้ผีไม่มีญาติเพื่อเป็นการทำทาน (บางบ้านก็ไม่ได้ไหว้) ช่วงกลางคืนวันที่ย่างเข้าสู่ตรุษจีนจะไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยหรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ”

การไหว้บรรพบุรุษของไหว้โดยหลักจะประกอบด้วย ของคาว ของหวานซึ่งของหวานจะมีขนมและผลไม้ และของไหว้ที่เรียกว่า แซ แปลว่า เครื่องเซ่นสังเวย ดั้งเดิมเป็นสัตว์เลี้ยง 3 อย่างคือ หมู, แพะ,วัว ต่อมามีการปรับเป็น ซาแซ ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ 3 ชนิด ได้แก่ สัตว์ปีก (เป็ด ไก่ ) สัตว์มีกีบ (แพะ แกะ วัว หมู) และ สัตว์มีครีบ (ปลา ) ต่อมามีการเพิ่มเป็นไหว้ โหงวแซ ได้แก่ เนื้อสัตว์ 5 ชนิดประกอบด้วย หมู,ไก่,ตับ,ปลาและกุ้งมังกร แต่กุ้งมังกรหายากและราคาแพง คนจีนแต้จิ๋วปรับไปไหว้เป็นเป็ดพะโล้ ส่วนคนจีนแคะนิยมไหว้เป็นปลาหมึกแห้ง

เป็ด หมายถึงความสงบสุข ร่มเย็น ไก่ หมายถึง ยศตำแหน่งซึ่งการไหว้ไก่ ไก่ที่มีหงอนเหมือนขุนนางใส่หมวกเพื่ออวยพรให้ทำงานก้าวหน้า ปีกไก่ต้องกางออกเล็กน้อยเปรียบเสมือนการที่มีปีกช่วยพยุง หมู หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ความมั่งคั่งร่ำรวย ตับและเครื่องใน หมายถึงความก้าวหน้า ส่วน ปลา หมายถึง ให้เหลือกินเหลือใช้โดยปลาที่นำมาไหว้เป็นปลาอะไรก็ได้เพียงแต่คนจีนจะนิยมปลากะพงนึ่ง หรือปลากระบอกจีนนึ่ง

นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีการนำเนื้อสัตว์มาปรุงด้วยเครื่องพะโล้เพิ่มความหอมซึ่งก็มีความหมายมงคลหมายถึงความมีชื่อเสียง ความหอมหวานในชีวิต ส่วนการจัดเตรียมของไหว้ในส่วนเนื้อสัตว์จะเป็น 3 หรือ 5 ชนิดแล้วแต่กำลังความเหมาะสม แต่อย่างไรแล้วการเลือกซื้อควรต้องถูกคุณลักษณะของที่นำมาไหว้ต้องครบสมบูรณ์ นำแต่ของที่ดีที่ตั้งใจนำมาไหว้และเต็มใจไหว้ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอบคุณบรรพบุรุษซึ่งก็จะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลทั้งสิ้น

นอกจากเนื้อสัตว์ที่เป็นเครื่องไหว้ยังมีอาหารที่มีความหมายมงคล อย่างเช่น เกี๊ยวห่อไส้ต่าง ๆ และฮ่อยจ๊อ ลักษณะเหมือนไหว้ก้อนทอง หมายถึง ให้ร่ำรวยมีเงินทองเพิ่มพูน อาหารประเภทเส้น หมายถึง ความยืนยาว อาหารเจแห้ง 5 อย่างประกอบด้วย สาหร่าย ไหว้ด้วยคำพ้องเสียง ไช้ แปลว่า โชคลาภ ดอกไม้จีน หมายถึงการมีสติปัญญา ฟองเต้าหู้ หมายถึง ความรุ่งเรืองเฟื่องฟู เห็ดหอม หมายถึงความมีชื่อเสียง และ วุ้นเส้น หมายถึง ความยั่งยืน โดยบนโต๊ะไหว้ต้องมีแกง 1 อย่าง เป็นตัวแทนของความราบรื่นและไม่นิยมไหว้อาหารที่มีรสเผ็ดหรือรสขม

ของหวานและผลไม้มงคล ที่เหมาะสำหรับการเซ่นไหว้จะนิยมไหว้ด้วยธัญพืชได้แก่ ข้าวพอง ฟักเชื่อม ถั่วตัดงาตัด ถั่วเคลือบ ข้าว งา ธัญญะ แปลว่า งอกงาม น้ำตาลกรวดไหว้ด้วยสองความหมายคือ ความหวาน และการเก็บได้นานคือ ให้มีเก็บมีกิน ขนมฮวกก้วยหรือขนมถ้วยฟู หมายถึงความงอกงาม ขนมกุยช่ายรูปลูกท้อ เรียกว่า คักท้อก้วย มีหลายไส้ ลูกท้อเป็นผลไม้มงคลอวยพรให้อายุยืน

ส่วนกุยช่ายอวยพรให้ร่ำรวยนาน ๆ ขนมอี๊ ไหว้ให้ชีวิตหวานราบรื่นกลมเกลียว ขนมเทียน หมายถึงความสว่างไสวในชีวิต ขนมเข่ง หมายถึงความมั่งมี ขนมเข่งขนมเทียนเป็นขนมไหว้พิเศษเฉพาะเมื่อมีการไหว้ผีไม่มีญาติคือวันไหว้สิ้นปีและสารทจีน มีเรื่องเล่าว่า เพราะจับกังในอดีตบางคนที่ลงเรือสำเภามาเมืองไทย พกขนมเข่งมากินแก้หิวในเรือ ส่วนขนมเทียน คือ เทียนส่องทางให้ผีไม่มีญาติได้ไปที่ชอบที่ชอบ

สำหรับ ผลไม้ที่นิยมได้แก่ สาลี่ องุ่น กล้วยดิบ แอปเปิล และส้ม โดยสีทองของส้ม หมายถึงความเป็นมหามงคล นอกจากนี้ยังมีน้ำชา และเหล้า ส่วนสีนำโชคของเทศกาลตรุษจีนคือ สีทองและสีแดง

อาจารย์จิตรายังกล่าวอีกว่า ธรรม เนียมการไหว้มีความหมายลึกซึ้ง นอกเหนือจากเพื่อขอความเป็นสิริมงคลแล้วยังแสดงถึงความเคารพกตัญญู อีกทั้งการไหว้ยังเป็นการตั้งสติ ทบทวนถึงสิ่งที่ผ่านมา พร้อมทั้งตั้งมั่นเริ่มต้นทำสิ่งที่มุ่งหวังใหม่ในปีที่กำลังจะมาถึง อีกทั้งเรื่องของเครื่องไหว้ซึ่งมีทั้งที่รับประทานได้หลังจากไหว้ยังสะท้อนความถี่ถ้วนในความคิด คือ เลือกของไหว้ที่มีความหมายมงคล มีของไหว้บางอย่างที่แบ่งให้ญาติมิตรซึ่งสะท้อนการเอื้อเฟื้อแบ่งปัน อีกทั้งส่วนที่เป็นของแห้ง ก็สามารถเก็บไว้รับประทานได้ในวันหลัง ฯลฯ เป็นกุศโลบายแยบยลที่ฝากไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้สืบสานคุณค่าความงดงามของประเพณีให้คงอยู่สืบไป.

ไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ

ในวันที่ย่างเข้าสู่ตรุษจีนจะไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยหรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ การตั้งโต๊ะไหว้ไฉ่ซิงเอี๊ยจะต้องหันหน้าเครื่องไหว้ไปในทิศที่เทพเจ้าเสด็จมา ในปีมะเส็งนี้เทพเจ้าจะเสด็จทางทิศตะวันตก

การไหว้ของชาวจีนเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูต่อสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์เทพเจ้า ธรรมชาติ บิดามารดา ฯลฯ เทศกาลตรุษจีนนับเป็นอีกโอกาสอันดีในการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่กันและความโชคดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทำบุญด้วยสิ่งของปริมาณมาก ๆ สิ่งสำคัญอยู่ที่การทำความดีมีจิตระลึกถึงคุณงามความดีและมุ่งมั่นทำความดี ยึดมั่นในหลักคุณธรรม 5 ประการได้แก่ เมตตาเกื้อกูลกัน กตัญญูกล้าหาญและเที่ยงธรรม มีความอ่อนน้อมถ่อมตนและมีกิริยามารยาทสุภาพเรียบร้อย ใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาตนเอง รู้จักใช้ความรู้ในทางที่เป็นธรรม

อีกทั้งหนักแน่นมีความจริงใจซื่อสัตย์ อดทนและรอบคอบ มุ่งมั่นทำความดีไว้ ซึ่งการทำความดีจิตใจของเราก็จะสงบและจิตใจที่ดีงามก็จะทำให้เราโชคดีตลอดไป.

ทีมวาไรตี้
ข้อความสำคัญผู้ที่สนใจอยากทำงงานเสริมทำที่บ้านติดต่อที่คุณปริญญาโทร088-873-9626 พร้อมจดรหัส++G130003++มารับงานได้ทันที