Raw food กลุ่มอาหารคนรักสุขภาพเน้นผักผลไม้เป็นเกษตรอินทรีย์

Raw food กลุ่มอาหาร

Raw food กลุ่มอาหารคนรักสุขภาพเน้นผักผลไม้เป็นเกษตรอินทรีย์ เป็นการกินอาหารสดหรือดิบไม่ผ่านความร้อนไม่ถูกดัดแปลงด้วยความร้อนไม่ผ่านการแปรรูปเพื่อคงคุณค่าของอาหารจะมีเอนไซม์ทำให้เกิดการย่อยอาหารอย่างมีประสิทธิภาพให้อยู่มากที่สุด เน้นการกินปริมาณผักและผลไม้สดมากกว่า75%ต่อมืออาหาร ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ นม เนย รวมถึงไม่ปรุงรสด้วยสารสังเคราะห์ เช่น น้ำตาล น้ำปลา แต่จะใช้เกลือทะเล สาหร่าย และผลไม้ในการเพิ่มรสชาติความอร่อย ส่วนที่เหลือเป็นคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวกล้อง

 

Raw food กลุ่มอาหาร
Raw food กลุ่มอาหาร

Raw foodกลุ่มอาหาร

Raw Food คือ การกินอาหารสดหรือดิบไม่ผ่านความร้อน หรือไม่ถูกดัดแปลงด้วยความร้อนที่สูงกว่า 46 องศาเซลเซียส ไม่ผ่านการแปรรูปเพื่อคงคุณค่าของอาหาร และเอนไซม์ที่จะทำให้เกิดการย่อยอาหารอย่างมีประสิทธิภาพให้อยู่มากที่สุด และเพราะเน้นการกินแบบสดนี่เองการกินอาหารแบบ Raw Food จึงเน้นไปที่การกินปริมาณผักและผลไม้สดมากกว่า 75% ต่อมื้ออาหาร ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ นม เนย รวมถึงไม่ปรุงรสด้วยสารสังเคราะห์ เช่น น้ำตาล น้ำปลา แต่จะใช้เกลือทะเล สาหร่าย และผลไม้ในการเพิ่มรสชาติความอร่อย ส่วนที่เหลืออีก 25% คือการกินอาหารปรุงสุก ประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวกล้อง เผือก มัน ธัญพืชต่างๆ รวมทั้งโปรตีน เช่น เต้าหู้ เห็ด เป็นต้น

แต่ Raw Food ที่ดีนั้น คุณผู้อ่านควรให้ความใส่ใจกับการเลือกเฟ้นหาวัตถุดิบที่มั่นใจว่าดีมีคุณภาพจริง เพราะในปัจจุบัน การเกษตรมักใช้สารเคมี และยาฆ่าแมลงในการเพาะปลูกเป็นจำนวนมาก อย่างที่เราทราบๆกันดี ว่าสุ่มตรวจผัก ผลไม้อะไร ก็ต้องพบสารเคมีทางการเกษตร และยาฆ่าแมลงตกค้างในปริมาณสูงแทบทั้งนั้น ทางนึงที่จะช่วยเราได้ คือการเลือกซื้อ เลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นเกษตรอินทรีย์ หรือ เราเรียกกันสั้นๆว่า Organic นั่นเอง

แต่หากผัก ผลไม้ที่เป็น Organic นั้นหายาก คุณผู้อ่านอาจใช้วิธีในการล้างที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดปริมาณสารเคมีทางการเกษตร และยาฆ่าแมลงตกค้างที่ติดมากับผัก ผลไม้ ก็ช่วยได้ วิธีในปัจจุบันที่ผู้เขียนเองใช้อยู่เป็นประจำ คือการใช้ ผงฟู หรือ Baking soda ในการล้างผัก ผลไม้ เนื่องจากวิธีนี้ มีงานวิจัยทดลองถึงประสิทธิภาพ ว่าสามารถช่วยลดปริมาณสารเคมี ยาฆ่าแมลงตกค้างได้สูงถึงร้อยละ 90 เลยทีเดียว วิธีการก็ง่าย ใช้ผงฟู (เบกกิ้งโซดา) 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำอุ่น 1 กะละมัง (20 ลิตร) แช่นาน 15 นาที แล้วนำไปล้างด้วยน้ำสะอาด ก็สามารถลดปริมาณสารพิษลงได้ถึงร้อยละ 90-95 เพราะหากเราไม่ใส่ใจในเรื่องวัตถุดิบนี้ Raw Food ตามคอนเซปดีๆ อาจกลายเป็นอาหารดีๆ ที่แฝงด้วยสารอันตราย สะสมในร่างกายจนเกิดโรคร้ายได้

มาดูประโยชน์ของ Raw Food กันบ้างดีกว่า

1) ช่วยล้างพิษในร่างกาย ระบบต่างๆ ทำงานดีขึ้น การกินอาหาร Raw Food ช่วยให้ระบบการทำงานในส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่นระบบหมุนเวียนโลหิต อาทิ หัวใจ หลอดเลือด ท่อน้ำเหลือง ต่อมน้ำเหลือง ฯลฯ ระบบน้ำเหลือง ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งระบบขับสารพิษอย่างต่อมเหงื่อ ปอด ตับ ไต ลำไส้ใหญ่ ไม่ต้องทำงานหนัก และไม่มีของเสียเหลือตกค้างเป็นพิษต่อร่างกาย

2) ระบบย่อยอาหารไม่ทำงานหนัก การกินอาหารแบบ Raw Food จะช่วยให้ร่างกายย่อยได้ง่าย ใช้เวลาในการย่อยน้อย ดูดซึมไปเลี้ยงร่างกายได้ทันที่ โดยไม่มีของเสียเหลือตกค้างเหมือนอาหารที่ผ่านการปรุง ซึ่งย่อยยาก และใช้เวลานานกว่า ที่ล้วนเป็นสาเหตุของอาการเสียดท้อง ท้องอืด หรือโรคต่างๆ ในระบบย่อยอาหาร

3) เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ ก็เท่ากับช่วยลดสาเหตุของโรคภัยต่างๆ ไปกว่าครึ่ง นอกจากนั้นการได้รับสารอาหารต่างๆ อย่างสมบูรณ์ก็ย่อมทำให้ร่างกายแข็งแรง ทำงานมีประสิทธิภาพ ภูมิคุ้มกันดี ไม่ป่วยง่าย

4) เสริมสร้างพลังชีวิต สมองทำงานดีขึ้น การกินแบบ Raw Food ยังช่วยให้คุณรู้สึกมีพลัง ความคิดเฉียบแหลม นอนหลับได้สนิท และมีความสุขมากขึ้น

5) ช่วยลดน้ำหนัก ตามทฤษฏีของ Raw Food เชื่อว่าการปรุงอาหารเป็นการเพิ่มไขมันในอาหาร ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากอาหารชนิดนั้นได้รับความร้อนแล้ว เพราะทำให้กรดไขมันแตกตัว ดังนั้น การกินอาหารแบบ Raw Food จึงไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก และคอเลสเตอรอลจะถามหา

6) รสชาติดีกว่า การกินอาหารแบบสดๆ เราจะได้รับความหวาน ความกรอบจากผักสดอย่างเต็มที่ โดยไม่สูญเสียวิตามิน เกลือแร่ เอนไซม์ ฯลฯ ไปกับกระบวนการปรุงอาหาร

7) ทำง่าย ใช้เวลาปรุงน้อย ทำได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน เรียกว่าไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องครัวราคาแพง แถมยังช่วยลดเวลาในการทำความสะอาดห้องครัวอีกด้วย

หากคุณผู้อ่านที่รักสุขภาพอยากทาน Raw Food ให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรงมากขึ้น นอกจากกินแล้วควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำควบคู่ไปด้วยนะคะ เพราะนั่นจะช่วยให้คุณมีสุขภาพแข็งแรง ควบคู่กับการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

4 วิธีการกินอาหารฉบับ Raw Food

สำหรับแนวทางการเลือกกินอาหาร แบบ Raw Food เพื่อดูแลสุขภาพตัวเอง สามารถแยกย่อยออกเป็น 4 กลุ่มด้วยกัน คือ

กลุ่มกินประเภทสดเป็นหลัก กินผักผลไม้แบบสดๆ โดยไม่มีการดัดแปลง เช่น สลัด ผลไม้สด

กลุ่มกินแบบผ่านกรรมวิธีถนอมอาหารตามธรรมชาติ โดยกินผักผลไม้ที่นำมาหมักด้วยจุลินทรย์ตามธรรมชิต เช่น กิมจิของชาวเกาหลี มิโซของชาวญี่ปุ่น เป็นต้น

กลุ่มกินพืชผักต้นอ่อน และเมล็ดธญพืชเพิ่งงอก จำพวกถั่วธัญพืชที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง โดยจะกินทั้งที่ยังเป็นเมล็ดอยู่ และกินแบบที่นำมาเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของพืชต้นอ่อน คือนำถั่วและเมล็ดแห้งของพืชนั้นมาแช่น้ำให้เปลือกหุ้มเมล็ดอ่อนตัว ทำให้ชั้นเคลือบยั้งเอนไซม์ละลายออกมา เพื่อที่เอนไซม์ต่างๆ ในเมล็ดพืชเหล่านั้นจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เช่น ถั่วงอก ข้าวสาลี เป็นต้น

กลุ่มกินอาหารแห้ง กินอาหารโดยอาศัยการระเหยของน้ำในอุณภูมิต่ำอย่างช้าๆ จากความร้อนของแสงอาทิตย์ เพื่อหยุดยั้งการทำงานของเอนไซม์ชั่วขณะ โดยไม่ทำให้คุณค่าของสารอาหารเสียไป หรือใช้เครื่องมืออบลมร้อนซึ่งใช้ความร้อนในการทำแห้งไม่เกิน 46 องศาเซลเซียส ซึ่งเมื่อน้ำระเหยออกไปแล้ว จะทำให้สัดส่วนของอาหารในอาหารแห้งนั้นรสชาติเข้มขึ้น

ส่วนเครื่องดื่มสำหรับชาว Raw Food คือ น้ำเปล่าบริสุทธิ์ น้ำผักหรือผลไม้คั้น หรือสกัดแบบดื่มสดและดื่มทันที รวมถึงน้ำมะพร้าวอ่อน เป็นต้น

โดย “PrincessFangy”

งานเสริมรายได้ดี Click >> ดูรายละเอียดงาน